รู้ล่วงหน้าก่อนทัวร์ขอพรจากวัดและ ศาลเจ้าญี่ปุ่น

รู้ล่วงหน้าก่อนทัวร์ขอพรจากวัดและ ศาลเจ้าญี่ปุ่น
วัดและ ศาลเจ้าญี่ปุ่น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประเภทหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมกันมาก ทั้งจากคนญี่ปุ่นเองและชาวต่างชาติเช่นคนไทยอย่างเรา หลายคนคงตั้งอกตั้งใจไปขอพรแต่ไม่แน่ใจว่าวิธีการขอพรของบ้านเรากับชาวญี่ปุ่นนี่มันเหมือนกันหรือไม่ ขอให้หมดกังวลใจเพราะคราวนี้เรามีวิธีการเข้าวัดและศาลเจ้าแบบญี่ปุ่นมาฝาก จะได้ทำตามกันได้อย่างไม่เขินอาย ตามมาดูกันได้เลย !

วัดและศาลเจ้าในประเทศญี่ปุ่นนั้นล้วนเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนประเทศญี่ปุ่น เพราะนอกจากความศักดิ์สิทธิ์แล้ว ภายในวัดหรือศาลเจ้าบางแห่งยังมีพิพิธภัณฑ์หรือวัตถุโบราณและทิวทัศน์ที่สวยงามให้เราได้ไปเยี่ยมชม

แต่ละแห่งก็ล้วนมีความศักดิ์สิทธิ์และถือเป็นสถานที่แห่งความศรัทธา ดังนั้นการเข้าไปเยี่ยมชมวัดหรือศาลเจ้าจึงมีธรรมเนียมปฏิบัติตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่น และเนื่องจากวิธีการที่ว่านั้นไม่ค่อยจะเหมือนวิธีการของบ้านเราสักเท่าไหร่ เราจึงมีวิธีการไหว้พระหรือสักการะเทพเจ้าแบบชาวญี่ปุ่นมาแนะนำให้พวกเราทำตาม จะไม่ต้องเคอะเขินและขอพรเทพเจ้าในต่างแดนได้อย่างราบรื่น

วัดและศาลเจ้าญี่ปุ่นต่างกันยังไงนะ

แม้ว่าวัดและศาลเจ้าของญี่ปุ่นหลายแห่งอาจมีลักษณะและบรรยากาศที่คล้ายคลึงกัน แต่บอกเลยว่าวัดและศาลเจ้าของญี่ปุ่นนั้นมีความแตกต่างกันที่เราสามารถสังเกตเห็นได้ดังต่อไปนี้

เราสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ จากชื่อของวัดและศาลเจ้าที่จะมีคำลงท้ายแตกต่างกัน โดยหากเป็นวัดจะลงท้ายด้วยคำว่า ‘ji’ แต่ถ้าเป็นศาลเจ้าจะลงท้ายด้วย ‘jinja’ หรือ ‘jingu’
อีกจุดที่สามารถมองเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนเลยก็คือบริเวณทางเข้า บริเวณทางเข้าหน้าศาลเจ้ามักจะมีบ่อน้ำให้ล้างมือหรือบ้วนปากก่อนเข้าไปภายในศาลเจ้าเพื่อชำระล้างร่างกายให้บริสุทธิ์ ส่วนวัดนั้นจะมีกระถางธูปขนาดใหญ่วางอยู่แทน ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าควันจากธูปจะช่วบปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไปได้

ภายในบริเวณวัดมักจะมี พระพุทธรูป สุสาน เจดีย์และระฆังอยู่เป็นเอกลักษณ์ แต่สำหรับศาลเจ้านั้นจะมีเสาโทริอิที่คล้ายกับประตูอยู่บริเวณปากทางเข้าเป็นสัญลักษณ์ </li

สิ่งศักดิ์สัทธิ์ภายในวัดญี่ปุ่นมักจะเป็นพระพุทธเจ้าหรือไม่ก็เจ้าแม่กวนอิม แต่สำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลเจ้านั้นคือเทพเจ้าต่าง ๆ ที่จะแตกต่างกันไปตามแต่ละศาลเจ้า โดยศาลเจ้าจะเก็บรักษาสิ่งของที่ผู้คนกราบไหว้หรือนับถือเอาไว้ รวมทั้งยังเป็นสถานที่ทำพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ
วัดในประเทศญี่ปุ่นเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธ (คล้ายกับวัดของบ้านเรา) ส่วนศาลเจ้านั้นเป็นของศาสนาชินโตซึ่งเป็นลัทธิดั้งเดิมตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นที่เชื่อในเทพเจ้าเป็นหลัก

ภายในวัดจะมีผู้เผยแพร่ศาสนาอย่างพระสงฆ์หรือแม่ชีอาศัยอยู่ แต่ในศาลเจ้าจะนักบวชหรือมิโกะเป็นผู้ทำพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์หรือสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้า
นอกจากลักษณะภายนอกที่หากสังเกตก็จะเห็นถึงความแตกต่างแล้ว ความเชื่อและแหล่งกำเนิดของศาสนายังไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ศาสนสถานทั้งสองอย่างนี้จะมีธรรมเนียมปฏิบัติที่แตกต่างกัน

Continue Reading

น้องแนน กระหึ่มโลกคว้า จอมพลังยอดเยี่ยมแห่งปี

น้องแนน กระหึ่มโลกคว้า จอมพลังยอดเยี่ยมแห่งปี
“แนน” โสภิตา ธนสาร จอมพลังสาวไทยเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2016 กระหึ่มโลกรับรางวัลนักยกน้ำหนักสาวแห่งปีของสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ (ไอดับเบิ้ลยูเอฟ) หลังคะแนนโหวตเฉือนชนะยอดฝีมือจากจีนและไต้หวัน ขณะที่ฝ่ายชายเป็นของจอมหลังอิหร่านรับคะแนนท่วมท้นตามที่สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ (ไอดับเบิ้ลยูเอฟ) เปิดให้แฟนกีฬาร่วมโหวตรางวัล “เจโน บอสโควิช ลิฟเตอร์ ออฟเดอะ เยียร์” นักยกน้ำหนักแห่งปี ค.ศ.2016 ของไอดับเบิ้ลยูเอฟ ผ่านทางเว็บไซต์ www.iwf.net สิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีคนเข้าไปร่วมให้คะแนนประมาณ 38,000 เสียง โดยรางวัลนักยกน้ำหนักหญิงแห่งปีเป็นของ “น้องแนน” โสภิตา ธนสาร เจ้าของเหรียญทองยกน้ำหนักโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2016 “รีโอเกมส์” รุ่น 48 กก. หญิง ซึ่งมีคะแนนโหวตเหนืออันดับ 2 เติ้ง เหว่ย จากจีน ประมาณ 1,200 คะแนน ขณะที่อันดับ 3ซู ซู่ ฉิง จากไต้หวัน ได้คะแนนโหวตน้อยกว่าอันดับ 2 เพียง 55 คะแนนเท่านั้น

ส่วนนักยกน้ำหนักชายแห่งปีฝ่ายชาย อันดับ 1 เป็นของ รอสตามี่ คิอานุช จากอิหร่าน ได้รับคะแนนท่วมท้นราว 20,000 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 ลาช่า ทาลาคัดเซ่ จากจอร์เจีย ถึง 3 เท่า และอันดับ 3 ราฮิมอฟ นิจัต จากคาซัคสถาน ทั้งนี้ นักกีฬาทั้งหมดที่ได้รับการโหวตล้วนแล้วเป็นนักกีฬาฮีโร่โอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2016 ทั้งหมด โดย ไอดับเบิ้ลยูเอฟ จะทำพิธีมอบรางวัลในโอกาสถัดไป

“น้องแนน” โสภิตา กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกคะแนนโหวตที่มอบให้กับตน รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมาก ไม่คาดคิดว่าจะได้รับรางวัลดังกล่าว เพราะนักกีฬาแต่ละคนที่เลือกมาล้วนมีฝีมือดีระดับโลกทั้งนั้น สำหรับการฝึกศ้อมตอนนี้ก็เริ่มเข้าสู่โปรแกรมที่เข้มข้นแล้ว เพื่อเตรียมตัวลงแข่งขันรายการชิงแชมป์ประเทศไทย ส่วนรายการชิงแชมป์โลก ที่สหรัฐอเมริกา ในช่วงเดือน พ.ย. กำลังอยู่ระหว่างหารือกับผู้บริหารและผู้ฝึกสอนว่าจะลงเล่นรุ่น 48 กก.เหมือนเดิม หรือขยับไปเล่นรุ่น 53 กก. อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวอยากลงเล่นรุ่น 48 กก. ต่อไป

Continue Reading

WBC จี้เจรจาไฟต์บังคับ 2 รุ่น

WBC จี้เจรจาไฟต์บังคับ 2 รุ่น
-@@- สภามวยโลก (WBC) สั่งให้แชมป์โลกในสังกัดของตนต้องชกป้องกันตำแหน่งในไฟต์บังคับกับรองแชมป์โลกอันดับ 1 ถึงสองรุ่น คือ รุ่นเฮฟวี่เวต และ รุ่นไลต์เฮฟวี่เวตโดยใน “รุ่นยักษ์”นั้น ให้ ดีออนเทย์ ไวล์เดอร์(38-0, 37kos) ชกกับ เบอร์เมน สตีเวิร์น(25-2-1, 21kos) #1WBC ซึ่งคู่นี้จะเป็นไฟต์รีแมทช์ เพราะเมื่อปี 2015 เบอร์เมน สตีเวิร์น ต้องเสียเข็มขัดเส้นนี้ให้แก่ ดีออนเทย์ ไวล์เดอร์

ในการป้องกันตำแหน่งครั้งแรกเท่านั้นโดยแพ้คะแนนเป็นเอกฉันท์เมื่อชกกันครบ 12 ยก และสตีเวิร์น เป็นนักชกเพียงรายเดียวเท่านั้นที่สามารถสู้กับไวล์เดอร์ได้โดยไม่ถูกน็อกเอ้าต์.. กำหนดให้ทั้งคู่เริ่มเจรจากันตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ภายใน 30 วันข้างหน้าถ้ายังเจรจากันไม่ได้ก็จะจัดให้ประมูลราคาหาผู้จัดทันที (ถือว่าเป็นโชคดีของ สตีเวิร์น เพราะหลังจากแพ้เสียแชมป์ให้ไวล์เดอร์เมื่อปี 2015 แล้ว เพิ่งกลับมาชกเมื่อปลายปี 2015อีกครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่ได้ชกกับใครอีกเลยกว่า 1 ปีแล้ว แต่กลับได้ขึ้นอันดับ 1 และจะได้ชกชิงไฟต์บังคับในไฟต์หน้าแล้ว)

อีกคู่หนึ่งคือ รุ่นไลต์เฮฟวี่เวต ให้แชมป์โลกหมัดหนัก อโดนิส สตีเวนสัน(28-1, 23kos) เริ่มเจรจากับ #1 อีเลเดอร์ อัลวาเรซ(22-0, 11kos)นักชกไร้พ่ายจากโคลอมเบีย (ซึ่ง อัลวาเรซ รายนี้ เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา สามารถน็อกเอ้าต์ ลูเซียน บูเต้ ได้ในยกที่ 5) ไฟต์หน้าจะได้ชิงไฟต์บังคับโดยให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาหาข้อตกลงให้ได้ภายใน 30 วันเช่นกัน มิฉะนั้นจะมีการประมูลหาผู้จัดตามกฏ

Continue Reading

ประวัติความเป็นมาของมวยไทย

ประวัติความเป็นมาของมวยไทย
มวยไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยที่สืบทอดกันมานาน เป็นทั้งการต่อสู้ป้องกันตัวและกีฬา ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยใด แต่ถือว่ามวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ของไทยเช่นเดียวกับกังฟูของจีน ยูโดและคาราเต้ของญี่ปุ่น และเทควันโดของเกาหลี

การชกมวยไทยหน้าพลับพลาที่ประทับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในงานพระศพ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช พ.ศ. ๒๔๕๒

เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย

ได้แก่

๑) สมัยอยุธยา สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ หรือพระเจ้าเสือ โปรดการชกมวยมากจนทรงปลอมพระองค์มาชกมวยกับชาวบ้าน และชนะคู่ต่อสู้ถึง ๓ คน ดังที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ระบุไว้ในหนังสือ ศิลปะมวยไทยว่า พระเจ้าเสือได้ปลอมแปลงพระองค์เป็นสามัญชน มาชกมวยกับนักมวยฝีมือดีของเมืองวิเศษไชยชาญ และสามารถชกชนะนักมวยเอกถึง ๓ คน ได้แก่ นายกลาง หมัดตาย นายใหญ่ หมัดเหล็ก และนายเล็ก หมัดหนัก โดยทั้ง ๓ คน ได้รับความพ่ายแพ้อย่างบอบช้ำจากฝีมือการชกมวยไทยของพระองค์

เมื่อพระมหากษัตริย์โปรดการชกมวยไทยเช่นนี้ ทำให้มีการฝึกมวยไทยกันอย่างแพร่หลายในราชสำนัก และขยายไปสู่บ้านและวัด โดยเฉพาะวัด ถือเป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชามวยไทยเป็นอย่างดี เพราะขุนศึกเมื่อมีอายุมากมักบวชเป็นพระ และสอนวิชาการต่อสู้ให้แก่ลูกศิษย์ที่ดี หรือมีความกตัญญูรู้คุณ โดยเฉพาะนักมวยเด่นในยุคหลังๆ ก็เกิดจากการฝึกฝนกับพระสงฆ์ในวัดแทบทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้การฝึกมวยไทยจึงแพร่หลาย และขยายวงกว้างไปสู่สามัญชนมากยิ่งขึ้น

การชกมวยไทยหน้าพลับพลาที่ประทับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในงานพระศพ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช พ.ศ. ๒๔๕๒

๒) นักมวยที่มีฝีมือดีมีโอกาสเข้ารับราชการให้ก้าวหน้าได้ โดยเฉพาะการเป็นทหารในส่วนราชการที่เรียกว่า ทนายเลือก ซึ่งเป็นกรมที่ดูแลนักมวย ที่มีหน้าที่พิทักษ์รักษาความปลอดภัยให้แก่พระมหากษัตริย์

๓) เมื่อครั้งที่นายขนมต้มถูกจับเป็นเชลย และถูกกวาดต้อนไปอยู่ที่กรุงอังวะ ประเทศพม่า เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ พม่าได้จัดให้มีการฉลองชัยชนะ ในการทำสงครามกับไทย และสุกี้พระนายกองได้คัดเลือกนายขนมต้มให้ขึ้นชกกับนักมวยพม่า นายขนมต้มสามารถชกชนะนักมวยพม่าได้ถึง ๑๐ คน ดังที่ รังสฤษฎิ์ บุญชลอ กล่าวไว้ว่า “พม่าแพ้แก่นายขนมต้มหมดทุกคนจนถึงกับพระเจ้ากรุงอังวะตรัสชมเชยว่า คนไทยถึงแม้จะไม่มีอาวุธในมือ มีเพียงมือเปล่า ๒ ข้าง ก็ยังมีพิษสงรอบตัว” แสดงให้เห็นว่านักมวยไทยมีฝีมือเป็นที่เลื่องลือ

Continue Reading

ปลานกแก้ว สีสันแห่งท้องทะเล การรณรงค์ห้ามจับ-ซื้อ-ขายปลานกแก้ว

ปลานกแก้ว สีสันแห่งท้องทะเล การรณรงค์ห้ามจับ-ซื้อ-ขายปลานกแก้ว
ปลานกแก้ว (Parrotfish) เป็นปลาทะเลขนาดกลางชนิดหนึ่ง ที่มีสีสันสวยงามมาก เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาวลำตัวราว 30-80 เซนติเมตร ปลานกแก้วจัดอยู่ในกลุ่มปลาทะเลกระดูกแข็งในวงศ์ Scaridae ในอันดับปลากะพง (Perciformes) เป็นปลาที่มีเกล็ดขนาดใหญ่ จะงอยมีปากยืดหดได้ ปากคล้ายนกแก้ว (เป็นที่มาของชื่อปลานกแก้ว) และเนื่องจากความสวยงามและแปลกตา จึงนิยมนำปลานกแก้วมาเลี้ยงไว้ดูเล่น และบางคนก็นิยมนำมาทำเป็นอาหารด้วย
ปลานกแก้ว
ปลานกแก้ว มีสีสันสวยงามมาก
ถิ่นที่อยู่และการหาอาหาร
ปลานกแก้วเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในแนวปะการังเขตร้อนและเขตอบอุ่น พบมากทั้งฝั่งทะเลอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน อาศัยแนวปะการังเป็นที่อยู่อาศัย หลบภัย และหาอาหาร โดยที่อาหารหลักของปลานกแก้วคือสาหร่ายและซากปะการัง โดยจะออกหากินในเวลากลางวันและซ่อนตัวเพื่อหลับนอนในเวลากลางคืน
ประโยชน์ของปลานกแก้วต่อระบบนิเวศน์
เนื่องจากปลานกแก้วอาศัยอยู่ตามแนวปะการัง และกินซากปะการังและสาหร่ายเป็นอาหาร ดังนั้นปลานกแก้วจึงมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์และการมีอยู่ของปะการังอย่างมาก (ปะการังคือที่อยู่และที่วางไข่ของสัตว์ทะเลจำนวนมาก) กล่าวคือ ปลานกแก้วช่วยกินสาหร่ายทะเลซึ่งเป็นตัวขัดขวางการสังเคราะห์แสงของประการัง ซึ่งถ้ามีสาหร่ายทะเลมากเกินไปจนคลุมทับปะการังจนสังเคราะห์แสงไม่ได้ ปะการังรังนั้นก็จะตาย เมื่อมีปลานกแก้วมาช่วยกำจัดสาหร่าย อันตรายของปะการังจากสาหร่ายทะเลก็จะหมดไป

นอกจากนี้ปลานกแก้วยังชอบกินซากปะการังทำให้ตัวอ่อนประการังสามารถร่วงตกลงสู่พื้นดินได้ง่ายและสามารถงอกเป็นประการังใหม่ขึ้นมาได้ ประกอบกับขี้ของปลานกแก้วมีลักษณะเป็นผงสีขาว ช่วยเพิ่มเนื้อดิน (ทราย) ในบริเวณนั้น ซึ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของปะการังได้เป็นอย่างดี
ดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า ในระบบนิเวศน์ใดที่มีปลานกแก้วชุกชุม ปะการังก็จะเจริญเติบโตได้ดี และสามารถเป็นแหล่งอาหาร ที่หลบภัย ที่วางไข่ และที่อนุบาลตัวอ่อนให้กับสัตว์ทะเลได้เป็นจำนวนมาก ทำให้ระบบนิเวศน์ในทะเลบริเวณนั้นมีความสมบูรณ์
ปลานกแก้ว
ปลานกแก้ว ช่วยรักษาความสมดุลของแนวปะการัง
ปัญหาที่พบกับปลานกแก้ว
เนื่องจากปลานกแก้วมีรูปร่าง ลักษณะและสีสันสวยงาม จึงมีผู้นิยมจับมาดูเล่นและนำมาเป็นอาหาร ทำให้ประชากรปลานกแก้วลดลงอย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าเมื่อจำนวนปลานกแก้วลดลง ระบบนิเวศน์โดยรวมของทะเลบริเวณนั้นก็จะเสียสมดุลไปอย่างมาก ปะการังตายมากขึ้น ฟื้นตัวช้า และเมื่อเกิดการฟอกสีเนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ก็จะฟื้นตัวยากหรือตายไปอย่างถาวร (จากการศึกษาพบว่าปลานกแก้วสามารถช่วยให้ปะการังที่ฟอกสี กลับคืนสภาพเดิมได้เร็วกว่าปกติถึง 6 เท่า)
จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าปลานกแก้วมีประโยชน์อย่างมากมายต่อระบบนิเวศน์ทางทะเล ทั้งต่อปะการังและต่อสัตว์ทะเลด้วยกัน ดังนั้นเราจึงควรอนุรักษ์ให้ปลานกแก้วได้อยู่คู่กับทะเลของไทยและแนวปะการังของไทยไปตราบนานเท่านาน อย่าไปจับมาเพื่อเลี้ยงไว้ดูเล่นหรือนำมาเป็นอาหารเลยครับ ประโยชน์เพียงชั่วพักชั่วครู่นี้เทียบไม่ได้เลยกับประโยชน์ที่ปล่อยให้ปลานกแก้วได้อยู่ตามธรรมชาติ

สถานการณ์ของปลานกแก้วในปัจจุบัน
ปัจจุบันมีการจับปลานกแก้วมาเลี้ยงและนำมาเป็นอาหารจำนวนมาก จนจำนวนประชากรปลานกแก้วในธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อแนวปะการังและระบบนิเวศน์ใกล้เคียง และได้เกิดกระแสเรียกร้องจากนักอนุรักษ์และประชาชนทั่วไปให้ทำการอนุรักษ์ปลานกแก้วอย่างเร่งด่วนแล้ว
กรกฎาคม 2557 – เกิดกระแสเรียกร้องใน Social network ให้ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เลิกขายปลานกแก้ว จนทำให้ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่งประกาศยกเลิกการขายปลานกแก้วเพื่อประกอบอาหารแล้ว เช่น ห้างเทสโกโลตัส ห้างแมคโครและห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เป็นต้น ในขณะที่กระแสเรียกร้องยังกดดันให้ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ตอบรับด้วย แต่ยังไม่มีคำตอบจากห้างเดอะมอลล์ในขณะนี้

Continue Reading

วิธีทำความสะอาดปลา (ก่อนทำอาหาร) อย่างไรไม่ให้คาว

วิธีทำความสะอาดปลา (ก่อนทำอาหาร) อย่างไรไม่ให้คาว
ถ้านึกนึกอาหารเพื่อสุขภาพ พลาดไม่ได้ที่จะมีปลารวมอยู่ด้วย เนื้อปลาที่เรานำมารับประทาน มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย ปลาเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง คอเลสเตอรอลต่ำ และย่อยง่าย ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ช่วยให้คลายความเศร้า ที่สำคัญเป็นอาหารที่ช่วยบำรุงสมอง ปลามีประโยชน์มากมายใด นอกจากอร่อยแล้วยังมีคุณค่าทางอาหารสูง ไม่เพียงเท่านี้เนื้อปลาเป็นเนื้อที่ทำให้อ้วนน้อยที่สุด ถูกใจสาวๆหลายคน แต่การทำปลาหรือเตรียมปลาสำหรับประกอบอาหารนั้นมีความยุ่งยากพอสมควร แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเรามีวิธีทำความสะอาดปลาแบบแจ่มๆมาฝากกันแล้ว

วิธีทำความสะอาดปลา
แน่นอนว่าก่อนนำมาทำอาหารต้องมีการทำความสะอาดปลาก่อน เริ่มด้วยล้างน้ำเปล่าธรรมดา เพื่อล้างเมือกปลาออก จากนั้นก็นำปลามาขอดเกล็ดควักไส้ปลาออกามา ใช้มีดปลายแหลมกรีดท้องพยายามอย่าให้ดีแตก ดีช่วยทำให้รสชาติของปลามีความเข้มข้น และล้างทำความสะอาดอีกรอบด้วยน้ำผสมเกลือ 2 ช้อนโต๊ะ นำแป้งมันลูบให้ทั่วตัวปลาทิ้งไว้ 3นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด
วิธีทำความสะอาดปลา
เคล็ดลับดีๆ

– จะขอดเกล็ดให้ง่ายขึ้นใช้น้ำเดือดราดลงไปบนปลาแล้วรีบเทน้ำออก นำปลาไปล้างด้วยน้ำเย็นอีกที และถูเบาๆ เกล็ดปลาก็จะหลุดอย่างง่ายดาย
– การทำปลาแน่นอนว่าต้องมีกลิ่นติดมือเสมอ ใช้เกลือถู แล้วล้างด้วยน้ำปูน จะช่วยให้ปัญหากลิ่นคาวติดมือหมดไป
เราควรทำความสะอาดปลาก่อนนำไปปรุงเป็นอาหารทุกครั้ง ท่านทั้งหลายที่ไม่ชอบกลิ่นคาวของปลา ลองทำตามวิธีทำความสะอาดปลาของเรา ปลาจะสะอาดและไม่คาว ร่างกายจะได้รับประโยชน์จากการรับประทานปลาอย่างเต็มที่ โดยรับประทานปลาแค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ปลอดภัยจากโรคต่างๆแล้ว

Continue Reading

น้ำมันมะพร้าวช่วยให้ผิวสวยได้อย่างไร

น้ำมันมะพร้าวที่บริโภคเข้าไปนั้น สาวๆ รู้ไหมว่ามีประโยชน์กับเราอย่างไรบ้าง นอกจากการทำให้ผิวพรรณสวยขึ้นแล้ว การบำรุงผิวพรรณด้วยการชะโลมน้ำมันมะพร้าวนั้นก็จะเข้าบำรุงสู่ผิวโดยตรง

ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับนั้น ก็คือ

1. ผิวดูอ่อนวัยน้ำมันมะพร้าว เป็นกรดไขมันอิ่มตัว ที่โมเลกุลมีความอยู่ตัวสูง จึงไม่เกิดการเติมออกซิเจน ที่เป็นตัวการของการเกิดอนุมูลอิสระ ยิ่งไปกว่านั้น น้ำมันมะพร้าวยังมีแอนตีออกซิแดนต์ที่ช่วยต่อต้านการเติมออกซิเจนที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ที่ทำให้เซลล์ได้รับอันตราย ช่วยกำจัดชั้นเซลล์ผิวหนังที่ถึงอายุขัย และตายทับถมกันจนผิวหนังแห้ง ให้หลุดออกไปจากผิวหนัง และกระตุ้นให้เกิดเซลล์ใหม่ ทำให้ผิวพรรณดูอ่อนวัย ปราศจากรอยเหี่ยวย่น และอาการชราภาพก่อนวัย

2. ผิวนุ่ม ชุ่ม เนียน น้ำมันมะพร้าวแทรกซึมเข้าไปใต้ผิวหนังอย่างรวดเร็ว ทำหน้าที่เป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังเป็นอย่างดี ทั้งนี้ก็เพราะน้ำมันมะพร้าว เป็นสารตัวเดียวกันกับน้ำมันธรรมชาติที่มีอยู่ในต่อมขุมขนใต้ผิวหนัง จึงช่วยทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่ม ชุ่มน้ำ และเนียน ซึ่งผิดกับเครื่องสำอาง ซึ่งประกอบด้วยน้ำมันแร่หรือน้ำมันทานตะวัน ที่เพียงแต่นำน้ำเข้าไปสู่ผิวอย่างชั่วคราว ไม่นานก็ระเหยออกหมด และผิวก็จะกลับเหี่ยวย่นยิ่งไปกว่าเดิม

3. ป้องกันและรักษาฝ้า กระ จุดหรือรอยบุ๋ม น้ำมันมะพร้าว มีกรดลอริก ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นโมโนลอริน ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของฝ้า (รอยดำคล้ำ หรือปื้นสีน้ำตาลอ่อน) กระ (รอยสีน้ำตาลที่ไม่นูน) จุด หรือรอยบุ๋ม อีกทั้งยังมีสารต่อต้านการเติมออกซิเจน หรือแอนตีออกซิแดนต์ ช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผิวหนัง ซึ่งมาจากแสงแดด ผิวพรรณจึงปราศจากสิวฝ้า ฯลฯ

4. ป้องกันและรักษาโรคผิวหนัง ผื่นคันน้ำมันมะพร้าวช่วยรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อโรคผิวหนัง เช่น โรคสะเก็ดเงิน และโรคผิวหนังอักเสบ ซึ่งมีหลายชนิด เช่นโรคผิวหนังที่เป็นผื่นแดง อักเสบ แสบคัน มีน้ำเหลือง และเกิดสะเก็ด และโรคผิวหนังติดเชื้ออื่นๆ

5. ป้องกันและรักษาการเกิดไหม้เกรียมเพราะถูกแสงแดด น้ำมันมะพร้าวช่วยป้องกันการอักเสบ หรือไหม้เกรียมของผิวหนัง เนื่องจากถูกแสงแดด เป็นเวลานาน เนื่องจากมีสารต่อต้านการเติมออกซิเจน ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้น เราจึงใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นยากันแดดได้ดี อีกทั้งยังไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนยากันแดดส่วนมาก และราคาก็ถูกกว่าด้วย แต่น้ำมันมะพร้าวจะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับน้ำมันที่ท่านบริโภค หากเป็นน้ำมันไม่อิ่มตัว เช่นน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพด ฯลฯ จะทำให้ไหม้เกรียมเพราะถูกแดดได้ง่าย ถึงแม้ว่าท่านจะรับประทานน้ำมันมะพร้าวทุกวันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน แต่ถ้าท่านบริโภคน้ำมันไม่อิ่มตัวมามากก่อนหน้านั้น ผิวหนังของท่านก็จะมีน้ำมันไม่อิ่มตัวสะสมอยู่ ทำให้เกิดรอยไหม้เกรียมเมื่อถูกกับแสงแดดได้ง่าย นอกจากจะป้องกันแล้ว น้ำมันมะพร้าวยังรักษาอาการไหม้เกรียมเป็นสีแดงของผิวหนังเมื่อถูกกับแสงแดดเป็นเวลานานโดยผิวหนังที่ทานวดด้วยน้ำมันมะพร้าวจะหายแดง และหายปวดแสบปวดร้อน ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

6. ป้องกันริมฝีปากแตกน้ำมันมะพร้าวทำหน้าที่เป็นยาทากันริมฝีปากแตกได้ดี เพราะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ริมฝีปาก โดยปกติ หน้าหนาว อากาศแห้ง หลายคนจึงมีริมฝีปากแตก หากได้ใช้ lip balm ที่ทำมาจากน้ำมันมะพร้าว จะช่วยไม่ให้ริมฝีปากแตก

7. รักษาพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อยนอกจากจะทำให้คัน หรือปวดแสบปวดร้อนแล้ว พิษจากแมลงและสัตว์บางชนิดที่กัดหรือต่อย หรือแม้แต่ถูกตัวมัน ก็ทำให้เป็นผื่นแดง ซึ่งจะรักษาได้โดยใช้น้ำมันมะพร้าวมาถูบริเวณที่เป็นผื่นแดง ไม่นานผื่นแดงนั้นก็จะหายไป พร้อมทั้งอาการคันหรือปวดแสบปวดร้อน

8. ป้องกันและรักษาโรคมะเร็งผิวหนัง นอกจากจะทำให้ผิวหนังดูอ่อนวัยแล้ว น้ำมันมะพร้าวซึ่งถูกดูดซึมเข้าไปในผิวหนังได้ง่าย เพราะมีโมเลกุลขนาดเล็ก ยังช่วยสร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์ผิวหนัง ทั้งด้านผิวนอก และส่วนลึกเข้าไปข้างใน จึงช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสสระได้ อันส่งผลให้สามารถป้อง กันการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้เป็นอย่างดี

นอกจากจะทำให้ผิวหนังไม่สวย เป็นผื่น หยาบกระด้าง ฯลฯ แล้ว มะเร็งผิวหนังยังอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เช่นมะเร็งเม็ดสีผิว เนื่องจากน้ำมันมะพร้าว มีสารแอนตีออกซิแดนต์ ที่ช่วยต่อต้านการเติมออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสามารถต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสสระ นอกจากนั้น Fife (2006) ยังได้แสดงให้เห็นว่า น้ำมันมะพร้าวสามารถรักษามะเร็งเม็ดสีผิวได้อีกด้วย

เห็นคุณประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวแบบนี้แล้ว ยังไงสาวๆ ก็อย่าลืมหมั่นบำรุงผิวกันนะคะ จะได้สวยๆ สดใส กันถ้วนหน้าเลย ^^

Continue Reading

อย่าสับสน!! การอุด Pair แตกต่างกับการอุด EGR เพราะเหตุนี้

อย่าสับสน!! การอุด Pair แตกต่างกับการอุด EGR เพราะเหตุนี้
สวัสดีครับ เพื่อนๆ ขาซิ่งหลายๆคนคงคุ้นเคยกับคำว่า อุด EGR และการอุด PAIR กันมาบ้างแล้ว วันนี้ทาง Thairpm จะพาท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับการอุด PAIR มีความแตกต่างกับการอุด EGR อย่างไรกับหลายเรื่องที่คนส่วนใหญ่ชอบเข้าใจผิด

Untitled-1

1.) EGR ที่เรียกกันว่าการอุด EGR ในรถบิ๊กไบค์น่ะจริงๆแล้วเรียกผิด และเข้าใจผิดกันมานาน มันไม่ใช่ EGR แต่มันคือ PAIR และหน้าที่ต่างกัน

2.) ระบบ EGR มีมานานแล้วและใช้ในรถยนต์ทั้งเบนซินและดีเซล สามารถใช้ได้กับรถยนต์ทั้งระบบเบนซินและดีเซล หลักการโดยคร่าวๆคือ การนำไอเสียที่ถูกใช้งานแล้ว วนกลับมาใช้งานอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้สมรรถนะของเครื่องยนต์ลดลง และเกิดความสกปรกในท่อไอดีเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากมลพิษลดลง มันจึงเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมนั่นเองครับ

3.) ระบบ PAIR หรือระบบตัวเติมอากาศ ที่เอากากาศดีจากหม้อกรองไปเติมหลังวาลว์ไอเสีย หรือเรียกง่ายๆก็คือไปเติมอากาศดีในท่อไอเสียเพื่อเจือจางนั้นแหละ อาจจะเพื่อให้ผ่านค่ามาตรฐานไอเสีย หรือจะลดมลพิษได้จริงๆเมื่อทำงานร่วมกับแคทตาไลติค เพื่อให้ผ่านค่ามาตรฐานไอเสีย

4.) การอุด PAIR ไม่ได้ช่วยให้รถแรงขึ้น เพราะ PAIR ทำงานนอกระบบเครื่องยนต์ คือหลังวาลว์ไอเสียไปแล้ว ไม่ได้เข้าไปยุ่งกับการเผาไหม้ในเครื่องยนต์เลย แต่เป็นการไปยุ่งกับการเผาไหม้ในท่อทำงานร่วมกับแคทตาไลติค เพื่อเจือจางมลพิษในท่อเท่านั้น และการอุด PAIR ไม่ได้ทำให้รถแรงขึ้นเลย แต่จะช่วยในเรื่องลดเสียงตดหรือเสียงระเบิดในท่อได้ ส่วน EGR จะทำการเผาไหม้โดยตรง

13295292_1092485704145041_1578715065_n

5.) ส่วนที่มีคนบอกว่าอุด EGR ในมอเตอร์ไซค์มาและรู้สึกว่าแรงกว่าเดิม แต่ที่จริงแล้วคือการอุด PAIR ส่วนมากคนที่ใส่ของแต่งเพื่อุดระบบ PAIR จะทำการรื้อรถยกกรอง และถังนำ้มันออกมา ไม่ได้ทำแค่อุด PAIR แต่ก็มีบางคนเปลี่ยนกรองแต่งโล่งๆ ใส่หัวเทียนแต่ง ทำเพิ่มจากการอุด PAIR ไปอีกสองรายการไม่แรงกว่าเดิมก็แปลกแล้วค่ะ ลองอุดแต่ PAIR เฉยๆและลองไปวิ่งดูรอบความเร็ว ดูอัตราเร่งแล้วจะรู้ว่ามีความแรงเท่าเดิม แต่เสียงตดหายไป

6.) ส่วนถ้าจะแรงขึ้นอาจแรงขึ้นเพราะอุปกรณ์ของ PAIR ถูกถอดทิ้งออกไปเยอะ ทั้งกล่องเก็บไอดี ท่อยาง วาลว์ และฝาปิดหรีดวาลว์ หมดนี่น่าจะลด น้ำ้หนักจะลดไปได้ประมาณเกือบๆโลรถจะเร็วขึ้นอีก 1 กม/ชม

7.) ลองไปดูระบบท่อทางเดินในรถมอไซด์ ดูจะเห็นว่าชิ้นส่วนทั้งวาลว์และท่อทางเดินเป็นพลาสติคและสายยาง คิดว่ามันจะทนก๊าซร้อนที่พึ่งเผาไหม้ได้หรือเปล่า ถ้าท่อที่คุณเห็นมันเป็นพลาสติคและยาง…แน่นอน มันไม่ใช่ระบบ EGR แน่นอน เพราะมันคือ PAIR มันถึงใช้ท่อยางและวาลว์พลาสติคได้ครับ

เพียงเท่านี้ก็ไขข้อสงสัยได้แล้วว่าการอุด EGR ในรถมอเตอร์ไซค์จริงๆเราได้เข้าใจผิดมาตลอด แต่หากจะเรียกชื่อให้ถูกจริงคือ การอุด PAIR ส่วนในครั้งหน้าทางทีมงาน Thairpm จะนำสาระยานยนต์ในเรื่องใดมาฝากเพื่อนขาซิ่ง ต้องติดตามกันใหม่ในครั้งหน้า สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

Continue Reading

แม่ฮ่องสอนรวบหนุ่มนำลูกเมียบังหน้าขนยาบ้า

แม่ฮ่องสอน – หนุ่มชนเผ่า พาครอบครัวลูกเมียเดินทางบังหน้า รับจ้างขนยาบ้า หวังตบตาเจ้าหน้าที่ จนมุมถูกจับขนยาบ้า

พันเอก ภาส วงศ์สารภี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาบ้า 26,000 เม็ด แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นายยะอื่อ อายุ 24 ปี อยู่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และ นายยะโหล อายุ 23 ปี อยู่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้าที่ซุกซ่อนเตรียมส่งมอบให้กับเครือข่าย 3 ห่อใหญ่ 13 ห่อเล็ก แต่ถูกจับกุมเสียก่อน นอกจากนี้ บนรถยนต์ยังพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อคาวาซากิ สีชมพูดำ

ทะเบียน 1 กก 4467 เชียงใหม่ ที่ใช้ในการนำทางอีก 1 คัน นอกจากนี้ ยังมีบุคคลนั่งอยู่ในรถยนต์คันดังกล่าวฯ เป็นหญิงสาวและเด็ก รวม 5 คนจากการสอบเบื้องต้น พบมีผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวน 2 คน คือ นายยะอื่อ อายุ 24 ปี และนายยะโหล อายุ 23 ปี ส่วนผู้ที่นั่งมาในรถด้วยอีก 5 คน ไม่มีส่วนรู้เห็น จากการสอบปากคำเบื้องต้นทราบว่า ยาจำนวนดังกล่าว สองคนได้รับจ้างขนในราคาคนละ 10,000 บาท เพื่อส่งให้กับลูกค้าซึ่งไม่ทราบ

ว่าเป็นใครที่ไหน เมื่อถึงจุดนัดหมายก็จะนำยาไปซุกซ่อนรอเท่านั้น ซึ่งพฤติกรรมของกลุ่มขบวนการลำเลียงยาบ้ากลุ่มนี้ จะใช้รถจักรยานยนต์ติดมาด้วย เพื่อขับล่วงหน้าในการดูเส้นทาง การตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ หากพบว่ามีการตั้งด่านก็จะหยุดพักการเดินทาง ซึ่งในการเดินทางส่งมอบยาทุกครั้งก็นำครอบครัวลูกเมีย เดินทางมาด้วยรวม 7 คน เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ซึ่งผู้ต้องหาระบุว่าครั้งนี้ทำเป็นครั้งที่ 2 แล้ว และพบว่าเป็นขบวนการเดียวกับที่ ผบ.พล 4 จับลอตใหญ่ที่อำเภอแม่แจ่ม กว่า 3 แสนเม็ด เกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยชุดเฉพาะกิจติดตามมาโดยตลอดและจะขยายอย่างต่อเนื่อง

เล่นพนันกีฬา คาสิโนออนไลน์ สล็อตออนไลน์ กับเว็บไซต์ชั้นนำ กับเราได้ที่นี่ สมัครง่ายโปรโมชั่นดี มีพนักงานบริการ 24 ชั่วโมง แทงบอลออนไลน์ slotonline กับเว็บไซต์ชั้นนำ และบริการอื่นๆ อีกมากมาย

Continue Reading

แรงบิดและแรงม้า คืออะไร

 

แรงบิดและแรงม้า คืออะไร
ตอนนี้ก็จะเล่าถึงแรงบิดและแรงม้าของรถที่เราใช้ๆกัน บางคนพูดว่ารถผมมี เท่านี้แรงม้า มีแรงบิดเท่านี้ คนไม่รู้ก็งงว่ามันคืออะไร หรือคนที่ยังไม่เข้าใจจริงก็คิดว่ารถที่มีแรงม้ามากๆย่ิอมเป็นรถที่แรงเสมอไป บางคนเคยเจอว่ารถเราแรงม้ามากกว่ารถเพื่อนแต่ทำไมรถเพื่อนถึงแซงเราได้ล่ะ ทีนี้มาดูกันละกันว่า แรงบิดและแรงม้านั้นสำคัญยังไงแล้วต้องสัมพันธ์กันยังไงแรงบิด (Torque) และแรงม้า (Horse Power) ซึ่งจะพยายามเขียนให้เข้าใจง่ายที่สุด หลังจากอ่านแล้วก็น่าจะได้เข้าใจ ถึงความหมายของศัพท์ดังกล่าวและสามารถนำไปใช้ ในการวิเคราะห์เปรียบเทียบเครื่องยนต์แต่ละรุ่นได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการพิจารณาเลือกรถ ที่เหมาะสมกับการใช้งาน
แรงบิด (Torque) คือ แรงหมุนของเพลาเครื่องยนต์ เป็นแรงที่ใช้เพื่อส่งกำลังของเครื่องยนต์ไปหมุนเกียร์ เพลา และล้อรถ เพื่อให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แรงบิดจะมีค่า แตกต่างกันไปที่ความเร็วรอบเครื่องยนตต่างๆ ซึ่ง ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ผลิตว่าต้องการให้มีแรงบิด สูงสุดอยู่ที่ความเร็วรอบเครื่องยนต์ต่ำ ปานกลาง หรือ สูง รถที่ใช้เครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูงก็จะมีอัตราเร่ง ดีกว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์ที่มีแรงบิดต่ำกว่าพูดง่ายๆก็คือ แรงบิดจะเป็นตัวบ่งชี้ว่ารถคันใดวิ่งเร็วกว่าอีกคัน

ยกตัวอย่าง รถคันแรกมี 115 แรงม้าที่ 6500 รอบ แรงบิด 14 ก.ก./เมตรที่ 4500 รอบ คันที่สองมี 100 แรงม้า แรงบิด 14 ก.ก./เมตรที่ 2750 รอบ ถามว่ารถคันแรกหรือคันที่สองวิ่งกว่ากันคำตอบก็คือ รถคันที่สองจะวิ่งเร็วกว่าคันแรกครับ เพราะแรงบิดสูงสุดมาที่รอบต่ำกว่า 2750 รอบแม้ว่าจะ 14 กก/เมตร เท่ากันทั้งสองคันก็ตาม แรงม้าเกินกันอีก15แรงก็ตาม รถคันแรกไม่มีทางไล่รถคันที่สองทันทุกกรณี อัตตราเร่ง0-100 คันที่สองก็ใช้เวลาน้อยกว่า จับมาอัดกัน0-400เมตร คันที่สองก็อยู่หน้าคันแรกอยู่ดี ทำไมรถแข่งในสนามจึงเอามาวิ่งใช้งานปรกติไม่ได้ ก็เพราะเหตุนี้ล่ะครับแรงบิดสูงสุดมันมาที่เป็นหมื่น ๆรอบ แค่ออกตัวก็ต้องออกที่รอบ 4000-6000 รอบ ไม่มีทางทุกกรณีที่จะเอามาวิ่งในถนนปรกติได้เลย วิธีสังเกตุหรือดูง่ายๆก็คือว่ารถคันไหนแรงบิดมันมาท ี่รอบต่ำกว่าคันนั้นล่ะวิ่งกว่า
รถที่ใช้เครื่องยนต์ที่มีแรงบิด สูงสุดในรอบเครื่องต่ำ หรือปานกลาง จะออกตัวได้ดีกว่าและให้อัตราเร่งที่ดีกว่า ในช่วงความเร็วต่ำหรือความเร็วปานกลาง ในขณะที่ รถที่ใช้เครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูงสุดในรอบเครื่องสูง จะให้อัตราเร่งที่ดีกว่าในช่วงความเร็วสูง และมีแนวโน้ม ที่จะให้ความเร็วสูงสุดที่สูงกว่า (ดูในเรื่องแรงม้า) แต่ใน การออกตัว หรือในช่วงที่ใช้ความเร็วต่ำสมรรถนะ จะด้อยกว่า หรือ ที่มักเรียกกันว่า “ต้องรอรอบ” เครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูงสุดที่รอบเครื่องต่ำมักเหม าะกับรถเก๋งที่ใช้งานในเมือง รถบรรทุก รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ใช้งานในป่าหรือที่ทุรกันดาร ส่วนเครื่องยนต์ที่มีแรงบิด สูงสุดที่ความเร็วรอบสูงจะเหมาะกับรถที่ใช้เดินทางไก ล บ่อยๆ ต้องการอัตราเร่งที่ดีที่ความเร็วสูง

หน่วยของแรงบิดที่นิยมใช้กัน คือ Kg-m, Nm และ Ft-lbs แรงม้า (Horse Power) คือ หน่วยอันหนึ่งสำหรับ ใช้วัดกำลังของเครื่องยนต์ หน่วยวัดกำลังที่นิยมใช้กัน คือ แรงม้า (HP),แรงม้า (PS) และ กิโลวัตต์ (KW)นอกจากนี้ ในบางครั้งเราจะเห็นตัวย่อ BHP ซึ่งย่อมาจาก Brake Horse Power หมายถึง กำลังของเครื่องยนต์ที่ได้รับจากเพลาเครื่อง ซึ่งเท่ากับกำลังที่เครื่องยนต์ผลิตได้หักออก ด้วยแรงเสียดทานภายเครื่องยนต์ ดัง สูตร BHP = IHP – FHP โดยที่ IHP คือ Indicated Horse Power หมายถึงกำลัง ที่เครื่องยนต์ผลิตได้ และ FHP คือ Friction Horse Power ซึ่งหมายถึงแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ กำลังของเครื่องยนต์สามารถคำนวณได้จากสูตร HP = K x Torque x RPM โดยที่ K คือ ค่าคงที่ T คือแรงบิด และ RPM คือความเร็วรอบของเครื่องยนต์ แรงม้าสูงสุดของเครื่องยนต์แต่ละรุ่นแต่ละแบบจะอยู่ท ี่ ความเร็วรอบเครื่องยนต์แตกต่างกันไปแล้วแต่การ ออกแบบของผู้ผลิต แล้วแรงม้าเห็นกันในหนังสือ หรือใน specification ต่างๆ นั้นเป็น BHP หรือ IHP คำตอบน่าจะเป็นBHP เพราะเป็นแรงม้าที่ได้มาจากการทดสอบสมรรถนะของเครื่องยนต์ แรงม้าสูงสุดจะอยู่ที่ความเร็วรอบสูงกว่าความเร็วรอบ ที่มี แรงบิดสูงสุดเสมอจากที่แรงบิดของเครื่องยนต์จะแสดงถึ งอัตราเร่ง แรงม้าของเครื่องยนต์ก็จะแสดงถึงความเร็วสูงสุดของรถ ซึ่งหมายถึงความสามารถในการเอาชนะแรงเสียดทาน และ แรงต้านของอากาศ ที่จะมีมากขึ้นเป็นทวีคูณ (อัตราความเร็วยกกำลังสอง) เมื่อความเร็วสูงขึ้น จากสูตรคำนวณแรงม้าจะเห็นได้ว่า สำหรับเครื่องยนต์ที่มี ขนาดเท่าๆ กัน เครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูงสุดที่รอบต่ำจะมี แนวโน้มที่จะมีแรงม้าสูง สุด ต่ำกว่า เครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูงสุดที่รอบสูงกว่า แต่ถ้าต้องการให้มีทั้งแรงบิดและ แรงม้ามากขึ้น ก็จะต้องเป็นเครื่องยนต์ที่มีเทคโนโลยีสูงกว่า หรือ เป็นเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่า หรือ มีการติดตั้ง อุปกรณ์อื่นเพิ่ม เช่น turbocharger supercharger ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าราคาของเครื่องยนต์จะสูงขึ้น ค่าใช้จ่าย ในการซ่อมบำรุงก็จะสูงขึ้น และ มักจะต้องจ่ายค่าน้ำมัน เชื้อเพลิงมากขึ้นอีกด้วย

Continue Reading