ตระเวนสักการะศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์

ตระเวนสักการะศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์
คืนก่อนเราพักที่โรงแรมใกล้กับสถานีรถไฟ Kii-Katsuura ทำให้เราเดินมายังบริเวณหน้าสถานีเพื่อขึ้นรถบัสไปยัง Nachi Taisha ได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่เสียค่าโดยสารเพราะเราใช้ Ise-Kumano-Wakayama Area Tourist Pass เราเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมแล้วนำกระเป๋ามาฝากที่ร้านค้าตรงข้ามสถานีรถไฟที่ใจดีให้นักท่องเที่ยวฝากกระเป๋าได้ฟรี ถ้าใครจะไปเที่ยวแบบเราลองมาฝากกระเป๋าที่นี่ได้นะ แล้วอุดหนุนสินค้าในร้านสักหน่อยเพื่อเป็นการขอบคุณด้วยน้าเรานั่งรถบัสไปเรื่อย ๆ ประมาณ 20 นาทีก็จะถึงจุดหมาย สำหรับใครที่อยากเดินตามรอยเส้นทางแสวงบุญ Kumano Kodo ให้ลงที่ป้าย Daimonzake ซึ่งเป็นต้นทางที่นักท่องเที่ยวจะลงเดินเท้าเพื่อขึ้นไปยังศาลเจ้าด้านบน แต่เนื่องจากเป็นทริปที่มีเวลาจำกัด เราจึงเลือกที่จะนั่งรถบัสต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อไปลงที่ป้ายรถบัส Nachisan แล้วเดินต่อขึ้นไปแทน

เราเดินขึ้นไปตามบันไดประมาณ 15 นาที หนทางที่เดินขึ้นไปไม่ยากลำบากและไม่ชันจนเกินไป เดินขึ้นไปเรื่อย ๆ เพียง 15 นาทีก็ถึงจุดหมายแล้ว บรรยากาศด้านบนสวยงามและเต็มไปด้วยมนต์ขลังแห่งความศรัทธาของชาวญี่ปุ่นที่ตั้งใจเดินทางมาเพื่อสักการะเทพเจ้าที่ศาลเจ้า Kumano Nachi Taishaนอกจากศาลเจ้าแล้วก็ยังมีวัดพุทธที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มากตั้งอยู่ด้วย ซึ่งวัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยชาวอินเดียที่ได้พบรูปปั้นพระโพธิสัตว์กวนอิมปรากฏขึ้นบริเวณ น้ำตก Nachi จึงสร้างวัดขึ้นที่นี่เพื่อบูชาเจ้าแม่กวนอิมนั่นเอง

นอกจากศาลเจ้าด้านบนแล้ว แนะนำให้เดินลงไปตามทางด้านล่างเมื่อเข้าไปชื่นชมความสวยงามของน้ำตก Nachi ใกล้ ๆ ด้วยนะ ซึ่งตลอดทางก็จะมีป้ายบอกทางอยู่ ให้เดินตามทางได้เลย ซึ่งลักษณะของทางเดินทางนี้มีความใกล้เคียงกับ Kumano Kodo เส้นทางแสวงบุญอีกด้วย เหมาะสำหรับใครที่ไม่สะดวกเดินตั้งแต่ต้นแต่อยากสัมผัสบรรยากาศแห่งการแสวงบุญดูบ้างและเมื่อเดินลงไปถึงบริเวณชมน้ำตกแล้วก็จะพบกับอีกหนึ่งศาลเจ้าที่มีชื่อว่า Hirou Jinja ซึ่งเป็นศาลเจ้าย่อยของ Kumano Nachi Taisha สร้างขึ้นเพื่อบูชาน้ำตก Nachi เช่นกัน และถ้าอยากเข้าไปดื่มด่ำความงดงามของน้ำตกให้ใกล้ขึ้นอีกนิดก็สามารถควักกระเป๋าจ่ายเงินเพิ่ม 300 เยนเพื่อขึ้นไปยังจุดชมวิวได้

ช่วงบ่ายสามเรามูฟกันไปยังเมือง Ise เพื่อไปสักการะอีกหนึ่งศาลเจ้าที่บรรยากาศสวยงามประทับใจไม่แพ้กัน นั่นคือ Futami Okitama Jinja ศาลเจ้าแห่งความรักที่ตั้งอยู่ริมทะเล ลมแรงมาก ๆ บวกกับอากาศเย็นแบบนี้ หนาวสะใจสุด ๆไฮไลท์ของศาลเจ้าแห่งนี้คือ Meoto Iwa หรือที่คนไทยเราคุ้นในชื่อหินแต่งงาน ลักษณะเป็นหินสองก้อนที่มีขนาดเล็กและใหญ่ต่างกัน เปรียบเหมือนชายและหญิง ด้านบนของหินมีเชือกคล้องระหว่างกันไว้ ทำให้มองดูเหมือนกับว่าหินทั้งสองกำลังอยู่ในพิธีวิวาห์ ซึ่งตามตำนานแล้ว หินทั้งสองก้อนนี้หมายถึงคู่มหาเทพที่เป็นสามีและภริยากัน คือ มหาเทพ Izanagi no Okami และมหาเทพ Izanami no Okami ซึ่งเป็นเทพเจ้าผู้สร้างและเป็นผู้ให้กำเนิดเทพต่าง ๆ อีกมากมาย

และด้วยตำนานดังกล่าวนั่นเองจึงทำให้หินคู่นี้เปรียบเหมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักของหญิงชายที่อยู่เคียงคู่กัน ทำให้ที่นี่โด่งดังในเรื่องความรัก มีคู่รักชาวญี่ปุ่นหลายต่อหลายคู่เดินทางมาที่นี่เพื่อสักการะและอธิษฐานขอพรให้ชีวิตคู่สมหวัง ราบรื่น มีความสุข และอยู่คู่กันตราบนานเท่านาน รวมทั้งคนโสดที่ต้องการมีความรักที่แท้จริงก็สามารถเดินทางมาขอพรให้สมหวังในความรักได้เช่นกัน

You may also like

ใส่ความเห็น