ตึกที่สูงที่สุดในโลก ชื่อตึกอะไร อยู่ที่ไหน เรามีคำตอบ

ตึกที่สูงที่สุดในโลก ชื่อตึกอะไร อยู่ที่ไหน เรามีคำตอบ
สำหรับตึกระฟ้าที่สูงใหญ่ตระหง่านตระการตานั้นเรียกว่ามีมากมายจากหลากหลายประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว โดยตึกที่ได้ชื่อว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกนั้นก็คือ ตึกเบิร์จคาลิฟา ( Burj Khalifa Building) แห่งนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั่นเอง ด้วยความสูงถึง 828 เมตร ที่มีจำนวนชั้นมากถึง 163 ชั้นเลยทีเดียว ซึ่งเรียกว่าเป็นตึกระฟ้าที่มีความสูงอย่างยิ่ง โดยตึกที่สูงที่สุดในโลกอย่างตึกบูร์จคาลิฟานี้ มีสถาปนิกผู้ออกแบบจากชิคาโกอย่าง เอเดรียน สมิธ

ซึ่งเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553 นั้นได้มีพิธีเปิดอาคารหรือตึกแห่งนี้ขึ้นอย่างเป็นทางการ อีกทั้งได้มีการเปลี่ยนชื่อของตึกเป็นบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าผู้ครอบนครอาบูดาบีอย่างชีกห์เคาะลีฟะฮ์ บิน ซายิด อัลนะฮ์ยาน รวมทั้งประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั่นเอง
ตึกที่สูงที่สุดในโลก

เบิร์จ คาลิฟา ตึกที่สูงที่สุดในโลก แห่งนครรัฐดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นอกจากนี้ ตึกบูร์จคาลิฟาแห่งนี้ยังนับเป็นหนึ่งในโครงการก่อสร้างที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของนครดูไบ และมีสถานที่ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่มีความหรูหราอลังการมากที่สุดในโลกอย่างบุรจญ์อัลอาหรับ หรือดูไบมารีนา, ดูไบมอลล์ ตลอดจนหมู่เกาะต้นปาล์ม เรียกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญและดึงดูดให้ผู้คนจากทั่วโลกนิยมไปท่องเที่ยวที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั่นเอง อีกทั้งตึกแห่งนี้ยังได้กลายเป็นฉากสำคัญที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่องหนึ่งอย่าง มิชชั่น : อิมพอสซิเบิล ปฏิบัติการไร้เงา โดยเป็นฉากที่พระเอกของเรื่องอย่าง ทอม ครู๊ซ ต้องปฏิบัติภารกิจลับ นั่นก็ยิ่งทำให้ตึกแห่งนี้ได้เผยแพร่และรู้จักไปทั่วโลกอีกด้วย

Continue Reading

แม่น้ำอะเมซอน แม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลก

แม่น้ำอะเมซอน แม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลก
สำหรับแม่น้ำนั้นเรียกว่าเป็นลักษณะภูมิประเทศทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ โดยเกิดจากกระแสน้ำฝนที่ตกลงมายังพื้นดินแล้วไหลไปยังแม่น้ำ จากนั้นจึงไหลออกสู่มหาสมุทรหรือทะเลต่อไป และแม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลกนั้นก็คือ แม่น้ำอะเมซอน (Amazon River) ซึ่งเป็นแม่น้ำที่อยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศเปรู แล้วไหลออกไปยังมหาสมุทรของประเทศบราซิล โดยมีความยาวถึงประมาณ 6,400 กิโลเมตร และมีปากแม่น้ำกว้างมากถึง 272 กิโลเมตรเลยทีเดียว

ซึ่งแม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลกอย่างแม่น้ำอะเมซอนนั้นยังเป็นแม่น้ำที่มีปริมาณน้ำมากที่สุดอีกด้วย โดยมีปริมาณน้ำที่ไหลออกไปยังมหาสมุทรแอตแลนติกนั้นมีมากถึงราว 45 ล้านแกลลอนต่อวินาทีเลยทีเดียวในช่วงหน้าฝน และปริมาณน้ำฝนที่ตกในบริเวณนี้ตกเฉลี่ยถึงปีละ 3 เมตร และแม่น้ำอะเมซอนนี้ยังถือเป็นแหล่งรวมของความผจญภัยที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นและน่ากลัวจนได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความหฤโหดเลยทีเดียว รวมทั้งยังมีสัตว์น้ำหลายพันชนิดที่มีความดุร้ายอย่างปิรันย่า, มดคันไฟ หรือจระเข้เคแมนเจ้ายักษ์ ฯลฯ
แม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลก

แม่น้ำอะเมซอน แม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลก
นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำสาขาอีกมากกว่า 1,100 สาขาเลยทีเดียว ที่แยกออกจากแม่น้ำอะเมซอน รวมทั้งเป็นแม่น้ำที่เรียกว่ามีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลกอีกด้วย แถมยังมีจำนวนปลาหลากหลายสายพันธุ์อาศัยอยู่อย่างมากมายอีกถึงกว่า 3,000 ชนิดเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Pirarucu ที่เป็นปลาน้ำจืดที่ถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หรือ Tambaqui เป็นปลาที่มีฟันแข็งแรงมากๆ กินผลไม้ในตระกูล Characin และสามารถกัดกะเทาะเมล็ดที่มีความแข็งมากๆ ได้ เป็นต้น

Continue Reading

ปลานกแก้ว สีสันแห่งท้องทะเล การรณรงค์ห้ามจับ-ซื้อ-ขายปลานกแก้ว

ปลานกแก้ว สีสันแห่งท้องทะเล การรณรงค์ห้ามจับ-ซื้อ-ขายปลานกแก้ว
ปลานกแก้ว (Parrotfish) เป็นปลาทะเลขนาดกลางชนิดหนึ่ง ที่มีสีสันสวยงามมาก เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาวลำตัวราว 30-80 เซนติเมตร ปลานกแก้วจัดอยู่ในกลุ่มปลาทะเลกระดูกแข็งในวงศ์ Scaridae ในอันดับปลากะพง (Perciformes) เป็นปลาที่มีเกล็ดขนาดใหญ่ จะงอยมีปากยืดหดได้ ปากคล้ายนกแก้ว (เป็นที่มาของชื่อปลานกแก้ว) และเนื่องจากความสวยงามและแปลกตา จึงนิยมนำปลานกแก้วมาเลี้ยงไว้ดูเล่น และบางคนก็นิยมนำมาทำเป็นอาหารด้วย
ปลานกแก้ว
ปลานกแก้ว มีสีสันสวยงามมาก
ถิ่นที่อยู่และการหาอาหาร
ปลานกแก้วเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในแนวปะการังเขตร้อนและเขตอบอุ่น พบมากทั้งฝั่งทะเลอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน อาศัยแนวปะการังเป็นที่อยู่อาศัย หลบภัย และหาอาหาร โดยที่อาหารหลักของปลานกแก้วคือสาหร่ายและซากปะการัง โดยจะออกหากินในเวลากลางวันและซ่อนตัวเพื่อหลับนอนในเวลากลางคืน
ประโยชน์ของปลานกแก้วต่อระบบนิเวศน์
เนื่องจากปลานกแก้วอาศัยอยู่ตามแนวปะการัง และกินซากปะการังและสาหร่ายเป็นอาหาร ดังนั้นปลานกแก้วจึงมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์และการมีอยู่ของปะการังอย่างมาก (ปะการังคือที่อยู่และที่วางไข่ของสัตว์ทะเลจำนวนมาก) กล่าวคือ ปลานกแก้วช่วยกินสาหร่ายทะเลซึ่งเป็นตัวขัดขวางการสังเคราะห์แสงของประการัง ซึ่งถ้ามีสาหร่ายทะเลมากเกินไปจนคลุมทับปะการังจนสังเคราะห์แสงไม่ได้ ปะการังรังนั้นก็จะตาย เมื่อมีปลานกแก้วมาช่วยกำจัดสาหร่าย อันตรายของปะการังจากสาหร่ายทะเลก็จะหมดไป

นอกจากนี้ปลานกแก้วยังชอบกินซากปะการังทำให้ตัวอ่อนประการังสามารถร่วงตกลงสู่พื้นดินได้ง่ายและสามารถงอกเป็นประการังใหม่ขึ้นมาได้ ประกอบกับขี้ของปลานกแก้วมีลักษณะเป็นผงสีขาว ช่วยเพิ่มเนื้อดิน (ทราย) ในบริเวณนั้น ซึ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของปะการังได้เป็นอย่างดี
ดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า ในระบบนิเวศน์ใดที่มีปลานกแก้วชุกชุม ปะการังก็จะเจริญเติบโตได้ดี และสามารถเป็นแหล่งอาหาร ที่หลบภัย ที่วางไข่ และที่อนุบาลตัวอ่อนให้กับสัตว์ทะเลได้เป็นจำนวนมาก ทำให้ระบบนิเวศน์ในทะเลบริเวณนั้นมีความสมบูรณ์
ปลานกแก้ว
ปลานกแก้ว ช่วยรักษาความสมดุลของแนวปะการัง
ปัญหาที่พบกับปลานกแก้ว
เนื่องจากปลานกแก้วมีรูปร่าง ลักษณะและสีสันสวยงาม จึงมีผู้นิยมจับมาดูเล่นและนำมาเป็นอาหาร ทำให้ประชากรปลานกแก้วลดลงอย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าเมื่อจำนวนปลานกแก้วลดลง ระบบนิเวศน์โดยรวมของทะเลบริเวณนั้นก็จะเสียสมดุลไปอย่างมาก ปะการังตายมากขึ้น ฟื้นตัวช้า และเมื่อเกิดการฟอกสีเนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ก็จะฟื้นตัวยากหรือตายไปอย่างถาวร (จากการศึกษาพบว่าปลานกแก้วสามารถช่วยให้ปะการังที่ฟอกสี กลับคืนสภาพเดิมได้เร็วกว่าปกติถึง 6 เท่า)
จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าปลานกแก้วมีประโยชน์อย่างมากมายต่อระบบนิเวศน์ทางทะเล ทั้งต่อปะการังและต่อสัตว์ทะเลด้วยกัน ดังนั้นเราจึงควรอนุรักษ์ให้ปลานกแก้วได้อยู่คู่กับทะเลของไทยและแนวปะการังของไทยไปตราบนานเท่านาน อย่าไปจับมาเพื่อเลี้ยงไว้ดูเล่นหรือนำมาเป็นอาหารเลยครับ ประโยชน์เพียงชั่วพักชั่วครู่นี้เทียบไม่ได้เลยกับประโยชน์ที่ปล่อยให้ปลานกแก้วได้อยู่ตามธรรมชาติ

สถานการณ์ของปลานกแก้วในปัจจุบัน
ปัจจุบันมีการจับปลานกแก้วมาเลี้ยงและนำมาเป็นอาหารจำนวนมาก จนจำนวนประชากรปลานกแก้วในธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อแนวปะการังและระบบนิเวศน์ใกล้เคียง และได้เกิดกระแสเรียกร้องจากนักอนุรักษ์และประชาชนทั่วไปให้ทำการอนุรักษ์ปลานกแก้วอย่างเร่งด่วนแล้ว
กรกฎาคม 2557 – เกิดกระแสเรียกร้องใน Social network ให้ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เลิกขายปลานกแก้ว จนทำให้ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่งประกาศยกเลิกการขายปลานกแก้วเพื่อประกอบอาหารแล้ว เช่น ห้างเทสโกโลตัส ห้างแมคโครและห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เป็นต้น ในขณะที่กระแสเรียกร้องยังกดดันให้ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ตอบรับด้วย แต่ยังไม่มีคำตอบจากห้างเดอะมอลล์ในขณะนี้

Continue Reading

วิธีทำความสะอาดปลา (ก่อนทำอาหาร) อย่างไรไม่ให้คาว

วิธีทำความสะอาดปลา (ก่อนทำอาหาร) อย่างไรไม่ให้คาว
ถ้านึกนึกอาหารเพื่อสุขภาพ พลาดไม่ได้ที่จะมีปลารวมอยู่ด้วย เนื้อปลาที่เรานำมารับประทาน มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย ปลาเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง คอเลสเตอรอลต่ำ และย่อยง่าย ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ช่วยให้คลายความเศร้า ที่สำคัญเป็นอาหารที่ช่วยบำรุงสมอง ปลามีประโยชน์มากมายใด นอกจากอร่อยแล้วยังมีคุณค่าทางอาหารสูง ไม่เพียงเท่านี้เนื้อปลาเป็นเนื้อที่ทำให้อ้วนน้อยที่สุด ถูกใจสาวๆหลายคน แต่การทำปลาหรือเตรียมปลาสำหรับประกอบอาหารนั้นมีความยุ่งยากพอสมควร แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเรามีวิธีทำความสะอาดปลาแบบแจ่มๆมาฝากกันแล้ว

วิธีทำความสะอาดปลา
แน่นอนว่าก่อนนำมาทำอาหารต้องมีการทำความสะอาดปลาก่อน เริ่มด้วยล้างน้ำเปล่าธรรมดา เพื่อล้างเมือกปลาออก จากนั้นก็นำปลามาขอดเกล็ดควักไส้ปลาออกามา ใช้มีดปลายแหลมกรีดท้องพยายามอย่าให้ดีแตก ดีช่วยทำให้รสชาติของปลามีความเข้มข้น และล้างทำความสะอาดอีกรอบด้วยน้ำผสมเกลือ 2 ช้อนโต๊ะ นำแป้งมันลูบให้ทั่วตัวปลาทิ้งไว้ 3นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด
วิธีทำความสะอาดปลา
เคล็ดลับดีๆ

– จะขอดเกล็ดให้ง่ายขึ้นใช้น้ำเดือดราดลงไปบนปลาแล้วรีบเทน้ำออก นำปลาไปล้างด้วยน้ำเย็นอีกที และถูเบาๆ เกล็ดปลาก็จะหลุดอย่างง่ายดาย
– การทำปลาแน่นอนว่าต้องมีกลิ่นติดมือเสมอ ใช้เกลือถู แล้วล้างด้วยน้ำปูน จะช่วยให้ปัญหากลิ่นคาวติดมือหมดไป
เราควรทำความสะอาดปลาก่อนนำไปปรุงเป็นอาหารทุกครั้ง ท่านทั้งหลายที่ไม่ชอบกลิ่นคาวของปลา ลองทำตามวิธีทำความสะอาดปลาของเรา ปลาจะสะอาดและไม่คาว ร่างกายจะได้รับประโยชน์จากการรับประทานปลาอย่างเต็มที่ โดยรับประทานปลาแค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ปลอดภัยจากโรคต่างๆแล้ว

Continue Reading