Defi Advance C2 เกจวัดยอดฮิตของเหล่าขาซิ่ง ที่ต้องมีติดรถ

 

ในวันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปพบกับอีกหนึ่งของแต่งที่เรียกว่าขาดไม่ได้เลยทีเดียว นั้นก็คือเกจวัด ถือว่าเป็นของแต่งที่ได้รับความนิยมเอามากๆไม่ว่าจะเป็นรถที่แต่งแรง และแต่งสวย สำหรับเกจวัดที่จะนำมาให้ชมก็คงหนีไม่พ้นเกจวัด ยี่ห้อ Defi ที่เรียกว่าได้รับความนิยมเอามากๆในบ้านเรา และรุ่นที่จะมาแนะนำก็คือ Defi Advance C2 จะเป็นอย่างไรนั้นติดตามชมกันได้เลยเกจวัด Defi Advance C2 ด้วยรูปลักษณ์ออกแบบใหม่หมด โดยใช้ระบบควบคุมแบบ Advance Control ที่โดดเด่นด้วยฟังชั่นมากมายและยังคงให้ความแม่นยำระดับสูงสุด ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกจวัดที่รับความนิยมเอามากๆ ในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการแต่งรถ สำหรับ Defi Advance C2 ตัวใหม่นี้ดียังไงเราลองไปชมกันเลย

คุณสมบัติหลัก

การทำงานระบบ Advance Systems แบบ 2 Way Communication
ยังสามารถควบคุมการทำงานได้ด้วยคอนโทรเลอร์แบบแยกชิ้น
สามารถวัดค่าได้แม่นยําที่สุดด้วยเทคโนโลยีระบบ Original Stepping Motor เอกสิทธ์ของ Defi เท่านั้นรูปแบบของไฟหน้าปัด สามารถปรับเปลี่ยนตามการใช้งานถึง 3 ระดับ
มาพร้อมกับหน้าปัดกระจกแบบเรียบ ให้มุมมองที่กว้างกว่า

มีระบบเตือนอัตโนมัติแบบ LED และเสียง เมื่อตรวจพบความผิดปกติในการทำงาน
สามารถบันทึกเก็บข้อมูลการขับขี่ได้ถึง 3 นาทีและเรียกกลับมาดูใหม่ได้
สามารถเลือกโหมดเปิดและปิดการทํางานได้ถึง 2 แบบสวยโดนใจเลยทีเดียวกับ Defi Advance C2เรียกได้ว่าเด็ดเอามากๆเลยทีเดียวสำหรับเกจวัด Defi Advance C2 ที่ทางทีมงานได้นำมาให้เพื่อนๆชมกันในวันนี้ ถือว่าเป็นเกจวัดที่น่าใช้อีกหนึ่งรุ่นที่เหล่าบรรดาขาซิ่งไม่ควรพลาด ในครั้งหน้าจะเป็นของแต่งชิ้นไหน สามารถติดตามชมกันได้ที่ BoxzaRacing.com กันได้ตลอดเลยครับ

Continue Reading

ชุดแข่งสำหรับคนพันธุ์แรง ขีดสุดแห่งความปลอดภัยทั้งในและนอกสนาม

ชุดแข่งสำหรับคนพันธุ์แรง ขีดสุดแห่งความปลอดภัยทั้งในและนอกสนาม
สำหรับผู้ที่รักการขี่มอเตอร์ไซค์เป็นชีวิตจิตใจ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์นั้น คงหนีไม่พ้นเรื่องของความปลอดภัย โดยเฉพาะในสนามแข่ง แต่ละวินาทีนั้น นักบิดทุกคนล้วนแล้วแต่อยู่ในช่วงเวลาที่อันตราย ซึ่งอาจส่งผลถึงชีวิต ดังนั้นการเลือกใช้อุปกรณ์ในการแข่งขันที่มีมาตรฐาน จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ที่มิอาจมองข้ามไปได้เลยทีเดียวชุดแข่ง หรือ Racing Suit ถือเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์อันเป็นหัวใจหลักที่ขาดไม่ได้สำหรับการแข่งขันในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Circuit, Drag หรือแม้แต่การขับขี่บนท้องถนนก็ตาม นักบิดหลายๆ ท่าน อาจให้ความสำคัญในการแต่งรถมากกว่า จนลืมไปว่าอันที่จริงแล้ว อุปกรณ์ในการปกป้องก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันAlpinestar (อัลไพน์สตาร์) ผู้ผลิตสินค้าประเภท Riding Gear ชื่อก้องโลก เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มุ่งเน้นในเรื่องความปลอดภัยของการขับขี่ จึงนำเสนออุปกรณ์ต่างๆ ที่ผลิตภายใต้มาตรฐานและใส่เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อความปลอดภัยเข้าไปแบบเต็มขั้น โดย Racing Suit จากแบรนด์ Alpinestar ถือเป็นที่ยอมรับในวงการการแข่งขันระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น MotoGP หรือแม้แต่ World Superbike Championship ซึ่งแม้แต่แชมป์โลก MotoGP คนล่าสุดอย่าง Marc Marquez ก็ยังเลือกใช้ Racing Suit พร้อมอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยต่างๆ จากแบรนด์นี้

Alpinestar Atem Leather Suit จัดเป็นชุดแข่งอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมจากบรรดานักบิดชั้นนำ ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสูง CE Certified ด้วยการ์ดในตำแหน่งต่างๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ภายใต้วัสดุคุณภาพสูง ผ่านการตัดเย็บอย่างประณีต และมีดีไซน์ที่สวยงาม ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังเสริมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นให้กับผู้ที่สวมใส่อีกด้วย โดยชุดแข่ง Alpinestar Atem ผลิตจากหนังเกรดคุณภาพภายใต้ความหนา 1.3 มม. โดยออกแบบให้มีความยืดหยุ่นบริเวณหลัง เอว แขน ขา รวมถึงออกแบบให้ลมสามารถไหลผ่านได้ดี เพื่อความสบายในการสวมใส่ และด้วยการตัดเย็บที่กระชับ พอดีตัว จึงช่วยจัดระเบียบในเรื่องของแอโร่ไดนามิคส์ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเพิ่มความหลากหลายสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ด้วยไซส์ที่มีให้เลือกตามสรีระของร่างกายตั้งแต่ 48 – 60

หลังจากที่ได้ลองใส่ Alpinestar Atem Leather Suit แล้ว บอกได้เลยว่า Racing Suit จาก Alpinestar รุ่นนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งไอเท่มที่สายสนามพันธุ์แท้ควรมีไว้ในครอบครอง ด้วยดีไซน์ที่มีความโดดเด่น งานตัดเย็บเรียบร้อย อีกทั้งยังออกแบบมาให้รับกับสรีระของร่างกาย ช่วยเติมความมั่นใจ และความทะมัดทะแมงในย่านความเร็วสูง ซึ่งในขณะที่ขับขี่นั้น รู้สึกได้เลยว่ามีลมไหลผ่านร่ายกายตามรูเล็กๆ ที่ทาง Alpinestar ออกแบบไว้เป็นอย่างดี ช่วยให้ในทุกการขับขี่ ไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป โดยรวมแล้วจัดว่าคุ้มค่า และเหมาะกับคนพันธุ์แรงเช่นคุณอย่างแน่นอนครับ

Continue Reading

รู้ล่วงหน้าก่อนทัวร์ขอพรจากวัดและ ศาลเจ้าญี่ปุ่น

รู้ล่วงหน้าก่อนทัวร์ขอพรจากวัดและ ศาลเจ้าญี่ปุ่น
วัดและ ศาลเจ้าญี่ปุ่น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประเภทหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมกันมาก ทั้งจากคนญี่ปุ่นเองและชาวต่างชาติเช่นคนไทยอย่างเรา หลายคนคงตั้งอกตั้งใจไปขอพรแต่ไม่แน่ใจว่าวิธีการขอพรของบ้านเรากับชาวญี่ปุ่นนี่มันเหมือนกันหรือไม่ ขอให้หมดกังวลใจเพราะคราวนี้เรามีวิธีการเข้าวัดและศาลเจ้าแบบญี่ปุ่นมาฝาก จะได้ทำตามกันได้อย่างไม่เขินอาย ตามมาดูกันได้เลย !

วัดและศาลเจ้าในประเทศญี่ปุ่นนั้นล้วนเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนประเทศญี่ปุ่น เพราะนอกจากความศักดิ์สิทธิ์แล้ว ภายในวัดหรือศาลเจ้าบางแห่งยังมีพิพิธภัณฑ์หรือวัตถุโบราณและทิวทัศน์ที่สวยงามให้เราได้ไปเยี่ยมชม

แต่ละแห่งก็ล้วนมีความศักดิ์สิทธิ์และถือเป็นสถานที่แห่งความศรัทธา ดังนั้นการเข้าไปเยี่ยมชมวัดหรือศาลเจ้าจึงมีธรรมเนียมปฏิบัติตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่น และเนื่องจากวิธีการที่ว่านั้นไม่ค่อยจะเหมือนวิธีการของบ้านเราสักเท่าไหร่ เราจึงมีวิธีการไหว้พระหรือสักการะเทพเจ้าแบบชาวญี่ปุ่นมาแนะนำให้พวกเราทำตาม จะไม่ต้องเคอะเขินและขอพรเทพเจ้าในต่างแดนได้อย่างราบรื่น

วัดและศาลเจ้าญี่ปุ่นต่างกันยังไงนะ

แม้ว่าวัดและศาลเจ้าของญี่ปุ่นหลายแห่งอาจมีลักษณะและบรรยากาศที่คล้ายคลึงกัน แต่บอกเลยว่าวัดและศาลเจ้าของญี่ปุ่นนั้นมีความแตกต่างกันที่เราสามารถสังเกตเห็นได้ดังต่อไปนี้

เราสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ จากชื่อของวัดและศาลเจ้าที่จะมีคำลงท้ายแตกต่างกัน โดยหากเป็นวัดจะลงท้ายด้วยคำว่า ‘ji’ แต่ถ้าเป็นศาลเจ้าจะลงท้ายด้วย ‘jinja’ หรือ ‘jingu’
อีกจุดที่สามารถมองเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนเลยก็คือบริเวณทางเข้า บริเวณทางเข้าหน้าศาลเจ้ามักจะมีบ่อน้ำให้ล้างมือหรือบ้วนปากก่อนเข้าไปภายในศาลเจ้าเพื่อชำระล้างร่างกายให้บริสุทธิ์ ส่วนวัดนั้นจะมีกระถางธูปขนาดใหญ่วางอยู่แทน ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าควันจากธูปจะช่วบปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไปได้

ภายในบริเวณวัดมักจะมี พระพุทธรูป สุสาน เจดีย์และระฆังอยู่เป็นเอกลักษณ์ แต่สำหรับศาลเจ้านั้นจะมีเสาโทริอิที่คล้ายกับประตูอยู่บริเวณปากทางเข้าเป็นสัญลักษณ์ </li

สิ่งศักดิ์สัทธิ์ภายในวัดญี่ปุ่นมักจะเป็นพระพุทธเจ้าหรือไม่ก็เจ้าแม่กวนอิม แต่สำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลเจ้านั้นคือเทพเจ้าต่าง ๆ ที่จะแตกต่างกันไปตามแต่ละศาลเจ้า โดยศาลเจ้าจะเก็บรักษาสิ่งของที่ผู้คนกราบไหว้หรือนับถือเอาไว้ รวมทั้งยังเป็นสถานที่ทำพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ
วัดในประเทศญี่ปุ่นเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธ (คล้ายกับวัดของบ้านเรา) ส่วนศาลเจ้านั้นเป็นของศาสนาชินโตซึ่งเป็นลัทธิดั้งเดิมตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นที่เชื่อในเทพเจ้าเป็นหลัก

ภายในวัดจะมีผู้เผยแพร่ศาสนาอย่างพระสงฆ์หรือแม่ชีอาศัยอยู่ แต่ในศาลเจ้าจะนักบวชหรือมิโกะเป็นผู้ทำพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์หรือสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้า
นอกจากลักษณะภายนอกที่หากสังเกตก็จะเห็นถึงความแตกต่างแล้ว ความเชื่อและแหล่งกำเนิดของศาสนายังไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ศาสนสถานทั้งสองอย่างนี้จะมีธรรมเนียมปฏิบัติที่แตกต่างกัน

Continue Reading

น้องแนน กระหึ่มโลกคว้า จอมพลังยอดเยี่ยมแห่งปี

น้องแนน กระหึ่มโลกคว้า จอมพลังยอดเยี่ยมแห่งปี
“แนน” โสภิตา ธนสาร จอมพลังสาวไทยเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2016 กระหึ่มโลกรับรางวัลนักยกน้ำหนักสาวแห่งปีของสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ (ไอดับเบิ้ลยูเอฟ) หลังคะแนนโหวตเฉือนชนะยอดฝีมือจากจีนและไต้หวัน ขณะที่ฝ่ายชายเป็นของจอมหลังอิหร่านรับคะแนนท่วมท้นตามที่สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ (ไอดับเบิ้ลยูเอฟ) เปิดให้แฟนกีฬาร่วมโหวตรางวัล “เจโน บอสโควิช ลิฟเตอร์ ออฟเดอะ เยียร์” นักยกน้ำหนักแห่งปี ค.ศ.2016 ของไอดับเบิ้ลยูเอฟ ผ่านทางเว็บไซต์ www.iwf.net สิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีคนเข้าไปร่วมให้คะแนนประมาณ 38,000 เสียง โดยรางวัลนักยกน้ำหนักหญิงแห่งปีเป็นของ “น้องแนน” โสภิตา ธนสาร เจ้าของเหรียญทองยกน้ำหนักโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2016 “รีโอเกมส์” รุ่น 48 กก. หญิง ซึ่งมีคะแนนโหวตเหนืออันดับ 2 เติ้ง เหว่ย จากจีน ประมาณ 1,200 คะแนน ขณะที่อันดับ 3ซู ซู่ ฉิง จากไต้หวัน ได้คะแนนโหวตน้อยกว่าอันดับ 2 เพียง 55 คะแนนเท่านั้น

ส่วนนักยกน้ำหนักชายแห่งปีฝ่ายชาย อันดับ 1 เป็นของ รอสตามี่ คิอานุช จากอิหร่าน ได้รับคะแนนท่วมท้นราว 20,000 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 ลาช่า ทาลาคัดเซ่ จากจอร์เจีย ถึง 3 เท่า และอันดับ 3 ราฮิมอฟ นิจัต จากคาซัคสถาน ทั้งนี้ นักกีฬาทั้งหมดที่ได้รับการโหวตล้วนแล้วเป็นนักกีฬาฮีโร่โอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2016 ทั้งหมด โดย ไอดับเบิ้ลยูเอฟ จะทำพิธีมอบรางวัลในโอกาสถัดไป

“น้องแนน” โสภิตา กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกคะแนนโหวตที่มอบให้กับตน รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมาก ไม่คาดคิดว่าจะได้รับรางวัลดังกล่าว เพราะนักกีฬาแต่ละคนที่เลือกมาล้วนมีฝีมือดีระดับโลกทั้งนั้น สำหรับการฝึกศ้อมตอนนี้ก็เริ่มเข้าสู่โปรแกรมที่เข้มข้นแล้ว เพื่อเตรียมตัวลงแข่งขันรายการชิงแชมป์ประเทศไทย ส่วนรายการชิงแชมป์โลก ที่สหรัฐอเมริกา ในช่วงเดือน พ.ย. กำลังอยู่ระหว่างหารือกับผู้บริหารและผู้ฝึกสอนว่าจะลงเล่นรุ่น 48 กก.เหมือนเดิม หรือขยับไปเล่นรุ่น 53 กก. อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวอยากลงเล่นรุ่น 48 กก. ต่อไป

Continue Reading

WBC จี้เจรจาไฟต์บังคับ 2 รุ่น

WBC จี้เจรจาไฟต์บังคับ 2 รุ่น
-@@- สภามวยโลก (WBC) สั่งให้แชมป์โลกในสังกัดของตนต้องชกป้องกันตำแหน่งในไฟต์บังคับกับรองแชมป์โลกอันดับ 1 ถึงสองรุ่น คือ รุ่นเฮฟวี่เวต และ รุ่นไลต์เฮฟวี่เวตโดยใน “รุ่นยักษ์”นั้น ให้ ดีออนเทย์ ไวล์เดอร์(38-0, 37kos) ชกกับ เบอร์เมน สตีเวิร์น(25-2-1, 21kos) #1WBC ซึ่งคู่นี้จะเป็นไฟต์รีแมทช์ เพราะเมื่อปี 2015 เบอร์เมน สตีเวิร์น ต้องเสียเข็มขัดเส้นนี้ให้แก่ ดีออนเทย์ ไวล์เดอร์

ในการป้องกันตำแหน่งครั้งแรกเท่านั้นโดยแพ้คะแนนเป็นเอกฉันท์เมื่อชกกันครบ 12 ยก และสตีเวิร์น เป็นนักชกเพียงรายเดียวเท่านั้นที่สามารถสู้กับไวล์เดอร์ได้โดยไม่ถูกน็อกเอ้าต์.. กำหนดให้ทั้งคู่เริ่มเจรจากันตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ภายใน 30 วันข้างหน้าถ้ายังเจรจากันไม่ได้ก็จะจัดให้ประมูลราคาหาผู้จัดทันที (ถือว่าเป็นโชคดีของ สตีเวิร์น เพราะหลังจากแพ้เสียแชมป์ให้ไวล์เดอร์เมื่อปี 2015 แล้ว เพิ่งกลับมาชกเมื่อปลายปี 2015อีกครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่ได้ชกกับใครอีกเลยกว่า 1 ปีแล้ว แต่กลับได้ขึ้นอันดับ 1 และจะได้ชกชิงไฟต์บังคับในไฟต์หน้าแล้ว)

อีกคู่หนึ่งคือ รุ่นไลต์เฮฟวี่เวต ให้แชมป์โลกหมัดหนัก อโดนิส สตีเวนสัน(28-1, 23kos) เริ่มเจรจากับ #1 อีเลเดอร์ อัลวาเรซ(22-0, 11kos)นักชกไร้พ่ายจากโคลอมเบีย (ซึ่ง อัลวาเรซ รายนี้ เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา สามารถน็อกเอ้าต์ ลูเซียน บูเต้ ได้ในยกที่ 5) ไฟต์หน้าจะได้ชิงไฟต์บังคับโดยให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาหาข้อตกลงให้ได้ภายใน 30 วันเช่นกัน มิฉะนั้นจะมีการประมูลหาผู้จัดตามกฏ

Continue Reading

ประวัติความเป็นมาของมวยไทย

ประวัติความเป็นมาของมวยไทย
มวยไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยที่สืบทอดกันมานาน เป็นทั้งการต่อสู้ป้องกันตัวและกีฬา ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยใด แต่ถือว่ามวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ของไทยเช่นเดียวกับกังฟูของจีน ยูโดและคาราเต้ของญี่ปุ่น และเทควันโดของเกาหลี

การชกมวยไทยหน้าพลับพลาที่ประทับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในงานพระศพ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช พ.ศ. ๒๔๕๒

เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย

ได้แก่

๑) สมัยอยุธยา สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ หรือพระเจ้าเสือ โปรดการชกมวยมากจนทรงปลอมพระองค์มาชกมวยกับชาวบ้าน และชนะคู่ต่อสู้ถึง ๓ คน ดังที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ระบุไว้ในหนังสือ ศิลปะมวยไทยว่า พระเจ้าเสือได้ปลอมแปลงพระองค์เป็นสามัญชน มาชกมวยกับนักมวยฝีมือดีของเมืองวิเศษไชยชาญ และสามารถชกชนะนักมวยเอกถึง ๓ คน ได้แก่ นายกลาง หมัดตาย นายใหญ่ หมัดเหล็ก และนายเล็ก หมัดหนัก โดยทั้ง ๓ คน ได้รับความพ่ายแพ้อย่างบอบช้ำจากฝีมือการชกมวยไทยของพระองค์

เมื่อพระมหากษัตริย์โปรดการชกมวยไทยเช่นนี้ ทำให้มีการฝึกมวยไทยกันอย่างแพร่หลายในราชสำนัก และขยายไปสู่บ้านและวัด โดยเฉพาะวัด ถือเป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชามวยไทยเป็นอย่างดี เพราะขุนศึกเมื่อมีอายุมากมักบวชเป็นพระ และสอนวิชาการต่อสู้ให้แก่ลูกศิษย์ที่ดี หรือมีความกตัญญูรู้คุณ โดยเฉพาะนักมวยเด่นในยุคหลังๆ ก็เกิดจากการฝึกฝนกับพระสงฆ์ในวัดแทบทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้การฝึกมวยไทยจึงแพร่หลาย และขยายวงกว้างไปสู่สามัญชนมากยิ่งขึ้น

การชกมวยไทยหน้าพลับพลาที่ประทับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในงานพระศพ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช พ.ศ. ๒๔๕๒

๒) นักมวยที่มีฝีมือดีมีโอกาสเข้ารับราชการให้ก้าวหน้าได้ โดยเฉพาะการเป็นทหารในส่วนราชการที่เรียกว่า ทนายเลือก ซึ่งเป็นกรมที่ดูแลนักมวย ที่มีหน้าที่พิทักษ์รักษาความปลอดภัยให้แก่พระมหากษัตริย์

๓) เมื่อครั้งที่นายขนมต้มถูกจับเป็นเชลย และถูกกวาดต้อนไปอยู่ที่กรุงอังวะ ประเทศพม่า เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ พม่าได้จัดให้มีการฉลองชัยชนะ ในการทำสงครามกับไทย และสุกี้พระนายกองได้คัดเลือกนายขนมต้มให้ขึ้นชกกับนักมวยพม่า นายขนมต้มสามารถชกชนะนักมวยพม่าได้ถึง ๑๐ คน ดังที่ รังสฤษฎิ์ บุญชลอ กล่าวไว้ว่า “พม่าแพ้แก่นายขนมต้มหมดทุกคนจนถึงกับพระเจ้ากรุงอังวะตรัสชมเชยว่า คนไทยถึงแม้จะไม่มีอาวุธในมือ มีเพียงมือเปล่า ๒ ข้าง ก็ยังมีพิษสงรอบตัว” แสดงให้เห็นว่านักมวยไทยมีฝีมือเป็นที่เลื่องลือ

Continue Reading

ตึกที่สูงที่สุดในโลก ชื่อตึกอะไร อยู่ที่ไหน เรามีคำตอบ

ตึกที่สูงที่สุดในโลก ชื่อตึกอะไร อยู่ที่ไหน เรามีคำตอบ
สำหรับตึกระฟ้าที่สูงใหญ่ตระหง่านตระการตานั้นเรียกว่ามีมากมายจากหลากหลายประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว โดยตึกที่ได้ชื่อว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกนั้นก็คือ ตึกเบิร์จคาลิฟา ( Burj Khalifa Building) แห่งนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั่นเอง ด้วยความสูงถึง 828 เมตร ที่มีจำนวนชั้นมากถึง 163 ชั้นเลยทีเดียว ซึ่งเรียกว่าเป็นตึกระฟ้าที่มีความสูงอย่างยิ่ง โดยตึกที่สูงที่สุดในโลกอย่างตึกบูร์จคาลิฟานี้ มีสถาปนิกผู้ออกแบบจากชิคาโกอย่าง เอเดรียน สมิธ

ซึ่งเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553 นั้นได้มีพิธีเปิดอาคารหรือตึกแห่งนี้ขึ้นอย่างเป็นทางการ อีกทั้งได้มีการเปลี่ยนชื่อของตึกเป็นบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าผู้ครอบนครอาบูดาบีอย่างชีกห์เคาะลีฟะฮ์ บิน ซายิด อัลนะฮ์ยาน รวมทั้งประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั่นเอง
ตึกที่สูงที่สุดในโลก

เบิร์จ คาลิฟา ตึกที่สูงที่สุดในโลก แห่งนครรัฐดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นอกจากนี้ ตึกบูร์จคาลิฟาแห่งนี้ยังนับเป็นหนึ่งในโครงการก่อสร้างที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของนครดูไบ และมีสถานที่ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่มีความหรูหราอลังการมากที่สุดในโลกอย่างบุรจญ์อัลอาหรับ หรือดูไบมารีนา, ดูไบมอลล์ ตลอดจนหมู่เกาะต้นปาล์ม เรียกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญและดึงดูดให้ผู้คนจากทั่วโลกนิยมไปท่องเที่ยวที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั่นเอง อีกทั้งตึกแห่งนี้ยังได้กลายเป็นฉากสำคัญที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่องหนึ่งอย่าง มิชชั่น : อิมพอสซิเบิล ปฏิบัติการไร้เงา โดยเป็นฉากที่พระเอกของเรื่องอย่าง ทอม ครู๊ซ ต้องปฏิบัติภารกิจลับ นั่นก็ยิ่งทำให้ตึกแห่งนี้ได้เผยแพร่และรู้จักไปทั่วโลกอีกด้วย

Continue Reading

แม่น้ำอะเมซอน แม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลก

แม่น้ำอะเมซอน แม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลก
สำหรับแม่น้ำนั้นเรียกว่าเป็นลักษณะภูมิประเทศทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ โดยเกิดจากกระแสน้ำฝนที่ตกลงมายังพื้นดินแล้วไหลไปยังแม่น้ำ จากนั้นจึงไหลออกสู่มหาสมุทรหรือทะเลต่อไป และแม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลกนั้นก็คือ แม่น้ำอะเมซอน (Amazon River) ซึ่งเป็นแม่น้ำที่อยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศเปรู แล้วไหลออกไปยังมหาสมุทรของประเทศบราซิล โดยมีความยาวถึงประมาณ 6,400 กิโลเมตร และมีปากแม่น้ำกว้างมากถึง 272 กิโลเมตรเลยทีเดียว

ซึ่งแม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลกอย่างแม่น้ำอะเมซอนนั้นยังเป็นแม่น้ำที่มีปริมาณน้ำมากที่สุดอีกด้วย โดยมีปริมาณน้ำที่ไหลออกไปยังมหาสมุทรแอตแลนติกนั้นมีมากถึงราว 45 ล้านแกลลอนต่อวินาทีเลยทีเดียวในช่วงหน้าฝน และปริมาณน้ำฝนที่ตกในบริเวณนี้ตกเฉลี่ยถึงปีละ 3 เมตร และแม่น้ำอะเมซอนนี้ยังถือเป็นแหล่งรวมของความผจญภัยที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นและน่ากลัวจนได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความหฤโหดเลยทีเดียว รวมทั้งยังมีสัตว์น้ำหลายพันชนิดที่มีความดุร้ายอย่างปิรันย่า, มดคันไฟ หรือจระเข้เคแมนเจ้ายักษ์ ฯลฯ
แม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลก

แม่น้ำอะเมซอน แม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลก
นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำสาขาอีกมากกว่า 1,100 สาขาเลยทีเดียว ที่แยกออกจากแม่น้ำอะเมซอน รวมทั้งเป็นแม่น้ำที่เรียกว่ามีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลกอีกด้วย แถมยังมีจำนวนปลาหลากหลายสายพันธุ์อาศัยอยู่อย่างมากมายอีกถึงกว่า 3,000 ชนิดเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Pirarucu ที่เป็นปลาน้ำจืดที่ถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หรือ Tambaqui เป็นปลาที่มีฟันแข็งแรงมากๆ กินผลไม้ในตระกูล Characin และสามารถกัดกะเทาะเมล็ดที่มีความแข็งมากๆ ได้ เป็นต้น

Continue Reading

ปลานกแก้ว สีสันแห่งท้องทะเล การรณรงค์ห้ามจับ-ซื้อ-ขายปลานกแก้ว

ปลานกแก้ว สีสันแห่งท้องทะเล การรณรงค์ห้ามจับ-ซื้อ-ขายปลานกแก้ว
ปลานกแก้ว (Parrotfish) เป็นปลาทะเลขนาดกลางชนิดหนึ่ง ที่มีสีสันสวยงามมาก เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาวลำตัวราว 30-80 เซนติเมตร ปลานกแก้วจัดอยู่ในกลุ่มปลาทะเลกระดูกแข็งในวงศ์ Scaridae ในอันดับปลากะพง (Perciformes) เป็นปลาที่มีเกล็ดขนาดใหญ่ จะงอยมีปากยืดหดได้ ปากคล้ายนกแก้ว (เป็นที่มาของชื่อปลานกแก้ว) และเนื่องจากความสวยงามและแปลกตา จึงนิยมนำปลานกแก้วมาเลี้ยงไว้ดูเล่น และบางคนก็นิยมนำมาทำเป็นอาหารด้วย
ปลานกแก้ว
ปลานกแก้ว มีสีสันสวยงามมาก
ถิ่นที่อยู่และการหาอาหาร
ปลานกแก้วเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในแนวปะการังเขตร้อนและเขตอบอุ่น พบมากทั้งฝั่งทะเลอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน อาศัยแนวปะการังเป็นที่อยู่อาศัย หลบภัย และหาอาหาร โดยที่อาหารหลักของปลานกแก้วคือสาหร่ายและซากปะการัง โดยจะออกหากินในเวลากลางวันและซ่อนตัวเพื่อหลับนอนในเวลากลางคืน
ประโยชน์ของปลานกแก้วต่อระบบนิเวศน์
เนื่องจากปลานกแก้วอาศัยอยู่ตามแนวปะการัง และกินซากปะการังและสาหร่ายเป็นอาหาร ดังนั้นปลานกแก้วจึงมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์และการมีอยู่ของปะการังอย่างมาก (ปะการังคือที่อยู่และที่วางไข่ของสัตว์ทะเลจำนวนมาก) กล่าวคือ ปลานกแก้วช่วยกินสาหร่ายทะเลซึ่งเป็นตัวขัดขวางการสังเคราะห์แสงของประการัง ซึ่งถ้ามีสาหร่ายทะเลมากเกินไปจนคลุมทับปะการังจนสังเคราะห์แสงไม่ได้ ปะการังรังนั้นก็จะตาย เมื่อมีปลานกแก้วมาช่วยกำจัดสาหร่าย อันตรายของปะการังจากสาหร่ายทะเลก็จะหมดไป

นอกจากนี้ปลานกแก้วยังชอบกินซากปะการังทำให้ตัวอ่อนประการังสามารถร่วงตกลงสู่พื้นดินได้ง่ายและสามารถงอกเป็นประการังใหม่ขึ้นมาได้ ประกอบกับขี้ของปลานกแก้วมีลักษณะเป็นผงสีขาว ช่วยเพิ่มเนื้อดิน (ทราย) ในบริเวณนั้น ซึ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของปะการังได้เป็นอย่างดี
ดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า ในระบบนิเวศน์ใดที่มีปลานกแก้วชุกชุม ปะการังก็จะเจริญเติบโตได้ดี และสามารถเป็นแหล่งอาหาร ที่หลบภัย ที่วางไข่ และที่อนุบาลตัวอ่อนให้กับสัตว์ทะเลได้เป็นจำนวนมาก ทำให้ระบบนิเวศน์ในทะเลบริเวณนั้นมีความสมบูรณ์
ปลานกแก้ว
ปลานกแก้ว ช่วยรักษาความสมดุลของแนวปะการัง
ปัญหาที่พบกับปลานกแก้ว
เนื่องจากปลานกแก้วมีรูปร่าง ลักษณะและสีสันสวยงาม จึงมีผู้นิยมจับมาดูเล่นและนำมาเป็นอาหาร ทำให้ประชากรปลานกแก้วลดลงอย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าเมื่อจำนวนปลานกแก้วลดลง ระบบนิเวศน์โดยรวมของทะเลบริเวณนั้นก็จะเสียสมดุลไปอย่างมาก ปะการังตายมากขึ้น ฟื้นตัวช้า และเมื่อเกิดการฟอกสีเนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ก็จะฟื้นตัวยากหรือตายไปอย่างถาวร (จากการศึกษาพบว่าปลานกแก้วสามารถช่วยให้ปะการังที่ฟอกสี กลับคืนสภาพเดิมได้เร็วกว่าปกติถึง 6 เท่า)
จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าปลานกแก้วมีประโยชน์อย่างมากมายต่อระบบนิเวศน์ทางทะเล ทั้งต่อปะการังและต่อสัตว์ทะเลด้วยกัน ดังนั้นเราจึงควรอนุรักษ์ให้ปลานกแก้วได้อยู่คู่กับทะเลของไทยและแนวปะการังของไทยไปตราบนานเท่านาน อย่าไปจับมาเพื่อเลี้ยงไว้ดูเล่นหรือนำมาเป็นอาหารเลยครับ ประโยชน์เพียงชั่วพักชั่วครู่นี้เทียบไม่ได้เลยกับประโยชน์ที่ปล่อยให้ปลานกแก้วได้อยู่ตามธรรมชาติ

สถานการณ์ของปลานกแก้วในปัจจุบัน
ปัจจุบันมีการจับปลานกแก้วมาเลี้ยงและนำมาเป็นอาหารจำนวนมาก จนจำนวนประชากรปลานกแก้วในธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อแนวปะการังและระบบนิเวศน์ใกล้เคียง และได้เกิดกระแสเรียกร้องจากนักอนุรักษ์และประชาชนทั่วไปให้ทำการอนุรักษ์ปลานกแก้วอย่างเร่งด่วนแล้ว
กรกฎาคม 2557 – เกิดกระแสเรียกร้องใน Social network ให้ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เลิกขายปลานกแก้ว จนทำให้ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่งประกาศยกเลิกการขายปลานกแก้วเพื่อประกอบอาหารแล้ว เช่น ห้างเทสโกโลตัส ห้างแมคโครและห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เป็นต้น ในขณะที่กระแสเรียกร้องยังกดดันให้ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ตอบรับด้วย แต่ยังไม่มีคำตอบจากห้างเดอะมอลล์ในขณะนี้

Continue Reading

วิธีทำความสะอาดปลา (ก่อนทำอาหาร) อย่างไรไม่ให้คาว

วิธีทำความสะอาดปลา (ก่อนทำอาหาร) อย่างไรไม่ให้คาว
ถ้านึกนึกอาหารเพื่อสุขภาพ พลาดไม่ได้ที่จะมีปลารวมอยู่ด้วย เนื้อปลาที่เรานำมารับประทาน มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย ปลาเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง คอเลสเตอรอลต่ำ และย่อยง่าย ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ช่วยให้คลายความเศร้า ที่สำคัญเป็นอาหารที่ช่วยบำรุงสมอง ปลามีประโยชน์มากมายใด นอกจากอร่อยแล้วยังมีคุณค่าทางอาหารสูง ไม่เพียงเท่านี้เนื้อปลาเป็นเนื้อที่ทำให้อ้วนน้อยที่สุด ถูกใจสาวๆหลายคน แต่การทำปลาหรือเตรียมปลาสำหรับประกอบอาหารนั้นมีความยุ่งยากพอสมควร แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเรามีวิธีทำความสะอาดปลาแบบแจ่มๆมาฝากกันแล้ว

วิธีทำความสะอาดปลา
แน่นอนว่าก่อนนำมาทำอาหารต้องมีการทำความสะอาดปลาก่อน เริ่มด้วยล้างน้ำเปล่าธรรมดา เพื่อล้างเมือกปลาออก จากนั้นก็นำปลามาขอดเกล็ดควักไส้ปลาออกามา ใช้มีดปลายแหลมกรีดท้องพยายามอย่าให้ดีแตก ดีช่วยทำให้รสชาติของปลามีความเข้มข้น และล้างทำความสะอาดอีกรอบด้วยน้ำผสมเกลือ 2 ช้อนโต๊ะ นำแป้งมันลูบให้ทั่วตัวปลาทิ้งไว้ 3นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด
วิธีทำความสะอาดปลา
เคล็ดลับดีๆ

– จะขอดเกล็ดให้ง่ายขึ้นใช้น้ำเดือดราดลงไปบนปลาแล้วรีบเทน้ำออก นำปลาไปล้างด้วยน้ำเย็นอีกที และถูเบาๆ เกล็ดปลาก็จะหลุดอย่างง่ายดาย
– การทำปลาแน่นอนว่าต้องมีกลิ่นติดมือเสมอ ใช้เกลือถู แล้วล้างด้วยน้ำปูน จะช่วยให้ปัญหากลิ่นคาวติดมือหมดไป
เราควรทำความสะอาดปลาก่อนนำไปปรุงเป็นอาหารทุกครั้ง ท่านทั้งหลายที่ไม่ชอบกลิ่นคาวของปลา ลองทำตามวิธีทำความสะอาดปลาของเรา ปลาจะสะอาดและไม่คาว ร่างกายจะได้รับประโยชน์จากการรับประทานปลาอย่างเต็มที่ โดยรับประทานปลาแค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ปลอดภัยจากโรคต่างๆแล้ว

Continue Reading